ปรัชญา และ ศาสนา

Philosophy and Theology (www.saengtham.tk)

หล้กคำสอนเกี่ยวกับศีลอภัยบาป

Posted by JinSon on March 1, 2010

คำ สอนพระศาสนจักรคาทอลิก ภาค 2 (2543) หน้า 353

ความหมายของศีลอภัยบาป
ความหมายตามคำศัพท์ คำว่า “Penance”  เป็นคำมาจากภาษาลาตินว่า “Paenitentia”  ซึ่ง A.Souter ได้ให้ความหมายว่า  เป็นการเสียใจในบาป (regret for sin) ส่วนในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ฉบับภาษากรีกใช้คำว่า “Metanoia”  ในความหมายว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงจิตใจของคนๆ หนึ่ง ซึ่งคำในภาษาฮิบรูดั้งเดิม เป็นความหมายที่มีลักษณะเป็นรูปธรรมที่แสดงความหมายของ “การกลับมา” เหมือนคนที่เดินทางผิดเส้นทาง และก็จำเป็นต้องย้อนกลับมา และเมื่อประยุกต์กับความหมายของศีลอภัยบาป จึงเป็นความคิดว่า เป็นการที่คน ๆ หนึ่งได้หันชีวิตของตนเองกลับมาสู่พระเจ้าทั้งครบ  หันจากบาปความผิดที่ทำให้ชีวิตหันเหไปจาก   พระองค์ ให้กลับคืนมาสู่พระเจ้าอีกครั้ง

ความหมายตามชื่อที่ใช้เรียกศีล ศักดิ์สิทธิ์นี้
เราอาจเรียกชื่อของศีลอภัยบาปได้หลายแบบตามแง่มุมต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงความหมายของศีลอภัยบาปกับชีวิตคริสตชนของเรา

เราเรียก ว่า ศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการกลับใจ ( Conversion ) เนื่องจากว่าศีลนี้ทำให้การที่พระเยซูเจ้าเรียกให้กลับใจนั้น เป็นจริงด้วยเครื่องหมาย  เป็นการเดินกับไปหาพระบิดา ซึ่งเขาได้เหินห่างจากพระองค์เพราะบาป ( เทียบ มก 1:15 / ลก 15:18 )

เรา เรียกว่า ศีลแห่งการเป็นทุกข์กลับใจ ( Penance ) เนื่องจากแสดงชัดเจนว่า  พระเจ้าทรงรับการกระทำของคนบาป ตามขั้นตอนของการกลับใจใช้โทษบาป

เราเรียกว่า ศีลแห่งการสารภาพ บาป ( Confession ) เนื่องจากว่าการสารภาพบาปต่อหน้าพระสงฆ์ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของศีล ศักดิ์สิทธิ์นี้  ในความหมายที่ลึกซึ้งศีลนี้ยังเป็นการสารภาพ การยอมรับรู้ และการสรรเสริญความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า  และพระเมตตากรุณาของพระองค์ต่อคนบาป

เรียกว่า ศีลอภัยบาป ( Forgiveness ) เนื่องจากว่า  โดยการยกบาปของพระสงฆ์ทางศีลศักดิ์สิทธิ์นี้  พระเจ้าทรงประทาน “การอภัยและให้สันติ” แก่ผู้สำนึกผิด

เราเรียกว่า ศีลแห่งการคืน ดี ( Reconciliation ) เพราะว่าศีลนี้ความรักของพระเจ้าซึ่งคืนดีแก่คนบาป “จงยอมคืนดีกับพระเจ้า” ( 2 คร 5:20 ) ผู้ซึ่งนำความรักเมตตากรุณาของพระเจ้ามาดำเนินชีวิตนั้นพร้อมที่จะตอบคำ เชื้อเชิญขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่กล่าวว่า “ไปคืนดีกับเพื่อนพี่น้องเสียก่อน แล้วจึงค่อยกลับมาถวายเครื่องบูชานั้น” ( มธ 5:24 )

เทววิทยาเรื่องศีลอภัยบาป :
ธรรมล้ำลึกเรื่องการกลับคืนดีกับพระเจ้าใน ประวัติศาสตร์แห่งความรอด

เนื่องจากบาปของมวลมนุษย์ พระบิดาได้ทรงแสดงพระเมตตา  โปรดให้โลกกลับคืนดีกับ  พระองค์อาศัยพระคริสตเจ้าที่ทรงพลีพระชนม์บนกางเขน และพระบุตรเมื่อทรงบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยให้พ้นจากการเป็นทาสของบาป และนำออกจากความมืดมาสู่ความสว่าง พระองค์ทรงเริ่มปฏิบัติภารกิจบนแผ่นดินโดยประกาศว่า “พวกท่านจงกลับใจและเชื่อข่าวดีเถิด”  (มก 1:15 )

ซึ่งการเชื้อเชิญ ให้สำนึกผิด กลับคืนดีกับพระเจ้านี้ บรรดาประกาศกก็ได้กระทำตลอดมา ซึ่งถือเป็นการเตรียมจิตใจมนุษย์ให้รับพระอาณาจักรของพระเจ้า

พระ เยซูเจ้าไม่ได้เพียงแต่ทรงเตือนมนุษย์ให้สำนึกผิด เพื่อละทิ้งบาปและกลับมาหาพระเจ้าอย่างแท้จริงเท่านั้น  แต่ยังทรงรับคนบาปและช่วยให้ได้กลับคืนดีกับพระบิดาด้วย นอกจากนั้นพระองค์ได้ทรงรักษาคนเจ็บป่วย   เพื่อแสดงถึงอำนาจของพระองค์ที่สามารถอภัยบาปได้   และในที่สุดพระองค์ได้สิ้นพระชนม์เพราะบาปของมนุษย์ และได้ทรงกลับคืนชีพเพื่อจะทำให้เราเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเหตุนี้  ในคืนที่ทรงถูกทรยศและเริ่มการรับพระทรมาน พระองค์ได้ทรงตั้งการถวายบูชาแห่งพันธสัญญาใหม่ด้วยพระโลหิต เพื่ออภัยบาปของมนุษย์ และเมื่อทรงกลับคืนชีพแล้ว  ได้ทรงประทานพระจิตมายังบรรดาอัครสาวก  เพื่อให้พวกเขามีอำนาจที่จะอภัยหรือไม่อภัยบาป  และให้รับหน้าที่ประกาศให้มนุษย์ทั้งหลายได้สำนึกผิดและรับการอภัยบาปในพระ นามพระองค์ ( เทียบ ลก 24,47 )

พระเจ้าเท่านั้นทรงอภัยบาปได้ (เทียบ มก2:7) พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า      พระองค์ทรงตรัสถึงพระองค์เองว่า “บุตรแห่งมนุษย์มีอำนาจอภัยบาปได้บนแผ่นดินนี้” (มก 2:10 ) และทรงใช้อำนาจนี้ของพระเจ้า “บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว” ( มก 2:5; ลก 7:48 ) ยิ่งกว่านั้นพระองค์ทรงประทานอำนาจเช่นนี้ให้มนุษย์เพื่อใช้ในนามของพระองค์ ( เทียบ ยน 20:21-23 ) ซึ่งอำนาจนี้แสดงออกชัดเจนที่สุด ในถ้อยคำที่พระองค์ทรงรับสั่งกับนักบุญเปโตรว่า “เราจะมอบกุญแจ อาณาจักรสวรรค์ให้ ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผนดินนี้จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย  ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย” ( มธ 16:19 )

คำว่า “การผูกและการแก้” หมายความว่า  ผู้ใดที่ท่านจะตัดออกจากการมีชีวิตร่วมกันก็จะถูก ตัดออกจากการมีชีวิตร่วมกันกับพระเจ้า  ผู้ใดที่ท่านจะรับเข้าไว้ใหม่ในการมีชีวิตร่วมกัน พระเจ้าก็จะทรงรับไว้เช่นเดียวกัน   การคืนดีกับพระศาสนจักรไม่อาจแยกออกจากการคืนดีกับพระเจ้าได้

ดัง นั้นในวันพระจิตเจ้าเสด็จมา  นักบุญเปโตรได้ประกาศการอภัยบาปด้วยศีลล้างบาปว่า “ท่านทั้งหลายจงกลับใจเถิด  แต่ละคนจงรับศีลล้างบาป เดชะพระนามของพระเยซูคริสตเจ้า เพื่อจะได้รับการอภัยบาป” ( กจ 2:38 ) และเหตุนี้เองที่พระศาสนจักรไม่เคยละเลยที่จะเชิญมนุษย์ทั้งหลายให้กลับใจ ละทิ้งบาป  และประกาศเรื่องที่พระคริสตเจ้าทรงมีชัยชนะเหนือบาป ด้วยพิธีศีลอภัยบาป

ชัยชนะเหนือบาปนั้น ก่อนอื่นเห็นชัดเจนในศีลล้างบาป  เมื่อเรารับศีลล้างบาปมนุษย์เก่าของเราก็ถูกตรึงกางเขนไปพร้อมกับพระคริสต เจ้า ชีวิตแห่งบาปได้ถูกทำลายไป  เราไม่เป็นทาสของบาปอีก ต่อไป  แต่จะกลับคืนชีพกับพระคริสตเจ้าแล้วดำรงชีวิตเพื่อพระเจ้า  ( เทียบ รม 6:4-10 ) ด้วยเหตุนี้      พระศาสนจักรจึงประกาศยืนยันว่า “ศีลล้าง บาปมีแต่พิธีเดียวเพื่ออภัยบาป”

ในพิธีบูชาขอบพระคุณ การถวายบูชาขอบพระคุณเป็นเครื่องหมายถึง การรับทรมานของ    พระคริสตเจ้า เป็นพระกายและพระโลหิตที่ทรงพลีเพื่ออภัยบาปของเรา   ซึ่งพระศาสนจักรถวายแด่พระเจ้าอีกครั้งเพื่อความรอดของโลก ความจริงการที่พระคริสตเจ้าประทับในศีลมหาสนิทและถูกถวายเป็น “เครื่องบูชาเพื่อการกลับคืนดีของเรา” เพื่อให้เรา“รวมกันเข้าเป็นหนึ่งเดียว” ด้วยอานุภาพของพระจิต

นอกจาก นี้พระเยซูคริสตเจ้า  เมื่อทรงมอบอำนาจที่จะอภัยบาปให้แก่บรรดาอัครสาวกและผู้สืบภารกิจต่อไป ได้ทรงตั้งศีลอภัยบาปในพระศาสนจักร เพื่อสัตบุรุษที่ตกในบาปหลังจากรับศีลล้างบาปแล้วจะได้กลับคืนดีกับพระเจ้า  อาศัยพระหรรษทานที่ได้รับใหม่  ด้วยว่าพระศาสนจักรนั้นมี “ทั้งน้ำและน้ำตา คือ  น้ำศีลล้างบาปกับน้ำตาแห่งความสำนึกผิด” ( นักบุญอัมโบรซีโอ )

การ คืนดีกับพระเจ้าและพระศาสนจักรของผู้สารภาพบาป

เนื่องจากการทำ บาปเป็นการทำให้เคืองพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการทำลายมิตรภาพกับพระองค์ ความสำนึกผิดจึง “มุ่งเป็นประการสุดท้ายที่จะรักตอบพระเจ้า และมอบถวายตัวเรากับพระองค์อย่าง  สิ้นเชิง” ฉะนั้นคนบาปที่เริ่มสำนึกผิด อาศัยพระหรรษทานของพระเจ้าก็กลับมาหาพระบิดาผู้ “ทรงรักเราก่อน” ( 1 ยน 4:19 ) กลับมาหาพระคริสตเจ้าซึ่งทรงมอบพระองค์เพราะเห็นแก่เรา และกลับมาหา    พระจิตเจ้าซึ่งเราได้รับในชีวิต

ศีลอภัยบาปกับส่วนประกอบต่าง ๆ ของศีลอภัยบาป

เมื่อคริสตชนได้ทำบาป หากปรารถนารับศีลอภัยบาป  ก่อนอื่นจะต้องกลับมาหาพระเจ้าอย่างแท้จริง   การกลับใจเช่นนี้ประกอบด้วยความเป็นทุกข์ถึงบาปและความตั้งใจจะเปลี่ยนแปลง ชีวิตใหม่  และจะต้องแสดงออกมาด้วยการสารภาพบาปซึ่งกระทำต่อพระศาสนจักร ด้วยการชดเชยบาปและเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ พระเจ้าทรงอภัยบาปอาศัยพระศาสนจักรซึ่งให้พระสงฆ์เป็นผู้กระทำหน้าที่นี้

1.ความ เป็นทุกข์ถึงบาป

กิจการที่สำคัญที่สุดของผู้สารภาพบาปก็คือ ความเป็นทุกข์ถึงบาป

ความเป็นทุกข์ถึงบาป คือ  “การที่จิตใจมีความทุกข์เสียใจที่ได้กระทำ บาป พร้อมทั้งตั้งใจจะไม่ทำบาปอีก” แท้จริง “เราจะเข้าพระอาณาจักรของพระคริสตเจ้าได้ก็ด้วยการเปลี่ยนแปลงจิตใจอย่าง   สิ้นเชิง  การเปลี่ยนจิตใจนี้จะทำให้เราคิด วินิจฉัย และดำเนินชีวิตเพราะเห็นแก่ความศักดิ์สิทธิ์และความรัก  ซึ่งในวาระสุดท้ายนี้พระเจ้าได้ทรงสำแดงในพระบุตร และได้ประทานแก่เราอย่างสมบูรณ์” ( เทียบ ฮบ 1:2; คส 1:19; อฟ 1:23 ) ฉะนั้น จะมีความสำนึกผิดอย่างแท้จริงได้  ก็ต้องมีความทุกข์ถึงบาปในจิตใจดังที่กล่าวมานี้  หมายความว่า การกลับใจต้องมีผลถึงภายในจิตใจของมนุษย์  ทำให้เขามีความเข้าใจ  ลึกซึ้งและเลียนแบบองค์พระคริสตเจ้ายิ่งขึ้นทุกวัน

2.การสารภาพ บาป

การสารภาพบาปที่เกิดจากความทุกข์ถึงบาป  และความรู้จักตนเองอย่างแท้จริงต่อหน้า
พระเจ้า ถือเป็นส่วนหนึ่งของศีลอภัยบาป  อย่างไรก็ตาม การสำรวจภายในจิตใจและการสารภาพภายนอกนั้นต้องทำโดยอาศัยความสว่างจากพระ เจ้า   การสารภาพบาปเรียกร้องให้ผู้สารภาพเปิดใจของตนแก่พระสงฆ์ผู้ฟังแก้บาป และเรียกร้องให้พระสงฆ์ได้วินิจฉัยเรื่องฝ่ายวิญญาณในนามของพระคริสตเจ้า อาศัยอำนาจที่จะผูกและแก้ คือ อำนาจที่จะอภัยบาปหรือไม่อภัยบาปให้

3.การ ชดเชยบาป

การกลับใจอย่างแท้จริงจะสมบูรณ์ก็ต้องชดเชยบาป   เปลี่ยนแปลงชีวิตและชดเชยความเสียหาย
ตามกิจการที่ก่อขึ้น  แต่วิธีและขนาดของการชดเชยจะต้องเหมาะสมแก่ผู้สารภาพแต่ละคน  เพื่อเขาจะได้สร้างระเบียบที่ได้ทำให้เสียไปขึ้นใหม่   และจะได้เป็นโอกาสบำบัด แก้ไขในความผิด ความอ่อนแอของเขาได้   ดังนั้นกิจใช้โทษบาปที่พระสงฆ์กำหนดนั้นจะต้องเป็นเครื่องมือที่ช่วยบำบัด แก้ไขเขาได้อย่างแท้จริง  และจะต้องเป็นโอกาสรื้อฟื้นชีวิตด้วยวิธีการใดวิธีหนึ่ง

4.การ อภัยบาป

คนบาปที่แสดงให้ศาสนบริกรของพระศาสนจักรเห็นว่ากลับใจ ด้วยการสารภาพบาป  พระเจ้าก็
อภัยบาปให้ด้วยเครื่องหมายที่เรียกว่า การอภัยบาป และดังนี้ศีลอภัยบาปจึงเกิดขึ้น   ตามที่พระบิดาได้ทรงกำหนดให้สภาพมนุษย์และพระเมตตาแห่งพระผู้ไถ่ของเราปรากฏ มา ในรูปที่มนุษย์สามารถเห็นได้  พระเจ้าทรงรื้อฟื้นพันธสัญญาที่ขาดหายไปและประทานความรอดให้เราโดยใช้ เครื่องหมายที่เราสามารถมองเห็นได้
ฉะนั้นอาศัยศีลอภัยบาป  พระบิดาทรงต้อนรับลูกที่กลับมาหาพระองค์, พระคริสตเจ้าทรงอุ้มแกะที่หายไปขึ้นแบกบนบ่าและนำกลับคอก, และพระจิตเจ้าทรงบันดาลให้พระวิหารของพระองค์กลับศักดิ์สิทธิ์ไป และทรงเข้าพำนักอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ความจำเป็นและประโยชน์ ของศีลอภัยบาป
“คุณค่าทั้งมวลของ ศีลอภัยบาปนั้นประกอบด้วยการทำให้เราคืนสู่พระหรรษทานของพระเจ้า และรวมเราไว้กับพระองค์ด้วยมิตรภาพที่ใกล้ชิด”
( คำสอนโรมัน II ข้อ 5,18 ) จุดหมายและผลของ ศีลศักดิ์สิทธิ์จึงเป็นการกลับคืนดีกับพระเจ้า “สันติสุขและความสบายใจของมโนธรรมพร้อมกับความบรรเทาใจฝ่ายจิตที่ให้ชีวิต” จะเกิดตามมาในผู้ที่รับศีลอภัยบาปด้วยจิตใจที่สำนึกผิดและมีความพร้อมรับทาง ศาสนา ( DS 1674 ) ที่จริงศีลแห่งการคืนดีกับพระเจ้าจะก่อให้เกิด “การกลับเป็นขึ้นมาฝ่ายจิต” ที่แท้จริง คืนศักดิ์ศรีและพระพรของชีวิตในฐานะที่เป็นบุตรพระเจ้า ซึ่งสิ่งที่มีค่าที่สุดคือ มิตรภาพกับพระเจ้า  ( เทียบ ลก 15:32 )

ศีลศักดิ์สิทธิ์นี้ทำให้เราคืนดีกับพระศาสนจักร  บาปได้ทำให้การมีชีวิตร่วมกันฉันท์พี่น้องเกิด การแตกแยก  ศีลอภัยบาปได้ช่วยซ่อมแซม และบูรณะการมีชีวิตร่วมกันนี้

สภาพบาด แผลที่บาปได้ทำแก่ชีวิตของแต่ละคนและต่อส่วนรวมนั้น มีชนิดต่างๆ ฉันใดในการเยียวยาที่ศีลอภัยบาปได้หยิบยื่นแก่ชีวิตเราก็มีชนิดต่างๆ ฉันนั้น  ผู้ที่ทำบาปหนักขาดจากความรักของพระเจ้า เมื่อรับศีลอภัยบาปก็กลับมีชีวิตที่ได้สูญเสียไป   ส่วนผู้ที่ทำบาปเบาเพราะความอ่อนแอนั้น เมื่อรับศีลอภัยบาปบ่อยครั้ง  ก็ได้รับกำลังเพื่อบรรลุอิสระภาพของผู้เป็นบุตรพระเจ้าอย่างสมบูรณ์

ศีล อภัยบาปจึงไม่ใช่เป็นการประกอบพิธีซ้ำๆ ซากๆ หรือเป็นวิธีการฝึกทางจิตวิทยาอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการพยายามอย่างไม่ลดละที่จะทำให้พระหรรษทานของศีลล้างบาปเกิดผล สมบูรณ์   เพื่อว่า “เมื่อเราแบก ความตายของพระเยซูเจ้าไว้ในร่างกายของเรา ชีวิตของพระองค์จะได้ปรากฏอยู่ใน    ตัวเรายิ่งวันยิ่งมากขึ้น” ( เทียบ 2 คร 4:10 )  ในการสารภาพบาปนั้นผู้ที่สารภาพบาปเบาจึงควรพยายามกระทำตนให้เหมือนพระคริสต เจ้า และตั้งใจฟังเสียงขององค์พระจิตให้มากยิ่ง ๆ ขึ้น และเพื่อทำให้       ศีลอภัยบาปได้ผลสมบูรณ์ในชีวิตคริสตชน   จำเป็นที่ศีลนี้จะต้องหยั่งรากลงในชีวิตของเขาและกระตุ้นเตือนให้ดำเนิน ชีวิตรับใช้พระเจ้าและเพื่อนมนุษย์อย่างร้อนรนยิ่งขึ้นอีกด้วย

ศาสน บริกรของศีลอภัยบาป
1. พระศาสนจักรประกอบพิธีศีลอภัยบาป  โดยพระสังฆราชและพระสงฆ์ ซึ่งเตือนสัตบุรุษให้กลับใจด้วยการประกาศพระวาจาของพระเจ้า  อีกทั้งประกาศยืนยันและให้อภัยบาปแก่มนุษย์ในพระนามของพระคริสตเจ้า และด้วยอานุภาพขององค์พระจิต

ในการประกอบพิธีศีลอภัยบาป  พระสงฆ์ปฏิบัติโดยร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระสังฆราช  และมีส่วนในอำนาจและหน้าที่ของท่าน ซึ่งเป็นผู้กำหนดระเบียบเกี่ยวกับเรื่องศีลอภัยบาป  ( สังฆธรรมนูญเรื่องพระศาสนจักร ข้อ 26 )

2.ศาสนบริกรผู้มีอำนาจสำหรับศีลอภัยบาป คือ  พระสงฆ์ที่มีอำนาจจะอภัยบาปตามกฎหมายของ
พระศาสนจักร  อย่างไรก็ตาม พระสงฆ์ทุกองค์แม้ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ฟังแก้บาปสามารถอภัยบาปให้แก่ผู้ สารภาพบาปที่ใกล้จะเสียชีวิตได้อย่างสมบูรณ์และถูกต้อง

สรุป
บาป เป็นการทำเคืองพระทัยพระเจ้า       เป็นการแยกตัวออกจากการมีส่วนร่วมชีวิตกับพระองค์

ในเวลาเดียวกัน ยังทำลายการมีส่วนร่วมกับพระศาสนจักร เพราะเหตุนี้ การกลับใจนำมาซึ่งการอภัยของพระเจ้าและการคืนดีกับพระศาสนจักร  ซึ่งถูกแสดงออกและทำให้สำเร็จทางพิธีกรรม โดยอาศัย ศีลล้างบาปและการคืนดี  ( เทียบ พระศาสนจักร ข้อ 11 )

มนุษย์ถูก สร้างให้มีศักดิ์ศรีและมีฐานะเป็นบุตรพระเจ้า พระองค์ปรารถนาให้ชีวิตของมนุษย์ได้

บรรลุถึงความรอดของพระองค์  แต่ด้วยความอ่อนแอมนุษย์ได้ปฏิเสธและเลือกจะทำตามใจปรารถนาของตนเอง บาปจึงเป็นอุปสรรคแห่งความก้าวหน้าในความสัมพันธ์กับพระองค์ และผลแห่งบาปยังได้นำความเลวร้ายยุ่งเหยิงมาสู่ชีวิตมนุษย์มากมาย แต่กระนั้น ด้วยความรักและพระเมตตาพระเจ้าไม่ทรงทอดทิ้งมนุษย์ ตรงข้ามทรงปรารถนาให้มนุษย์ได้ฟื้นฟูคืนความสัมพันธ์กับพระองค์ขึ้นใหม่ อาศัย   องค์พระเยซูคริสตเจ้า และผ่านทางศีลอภัยบาปพระองค์ได้ทรงนำมนุษย์ที่สำนึกผิด ให้กลับมาสู่หนทางความรักของพระองค์ คืนศักดิ์ศรีในชีวิตพระหรรษทาน นำความหวังความยินดีมาสู่ชีวิตมนุษย์อีกครั้ง

ศีลอภัยบาปจึงเป็นเครื่องหมายและเครื่องมือแห่งความรัก และพระเมตตาที่พระเจ้าทรงแสดงถึงความรักที่ปราศจากเงื่อนไข และความซื่อสัตย์ของพระองค์ที่ทรงปรารถนาให้มนุษย์ทั้งมวลได้เข้าสู่ หนทางความรอดของพระองค์   และในเวลาเดียวกันเป็นแนวทางและจิตตารมณ์ที่พระองค์ประทานให้มนุษย์ได้ ดำเนินชีวิตเป็นประจักษ์พยาน ถึงพระเจ้าองค์ความรักและเมตตาด้วยการอภัยให้แก่กันและกันในชีวิตประจำวัน ของเราด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: