ปรัชญา และ ศาสนา

Philosophy and Theology (www.saengtham.tk)

หมายเหตุแห่ง (ภาพยนตร์) ปีพระสงฆ์

Posted by JinSon on July 16, 2009

ผมยังจำความรู้สึกในวันที่เดินเลือกหนังอยู่บนชั้น 2 ของห้างใหญ่ห้างหนึ่ง ร่วม 20 ปีเห็นจะได้ ไม่มีใครไม่รู้จักห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ แต่ผมก็ไม่แน่ใจ ว่าจะมีสักกี่คนที่รู้จักร้านบนชั้น 2 ที่มีหนังแปลกๆ แบบนี้ขายอยู่

ผมเปิดหนังแปลกๆ เหล่านั้น ผ่านทางภาพปกตัวอย่าง การเดินทางในโลกภาพยนตร์ช่างกว้างใหญ่ไพศาลเหลือเกิน นอกจากหนังไทย หนังฮอลลีวู้ด หนังจีนและหนังอินเดียที่ตลาดคอหนังในบ้านเราคุ้นชิน ผมยังพบหนังจากประเทศฝรั่งเศส หนังจากประเทศสเปน หนังจากประเทศอิตาลี ที่ปกติแล้ว จะไม่ค่อยได้พบเห็นจากร้านอื่นๆ จนเปิดมาถึงภาพยนตร์ชื่อโดนใจ “The Priest” แปลเป็นไทยคือ “พระสงฆ์” หรืออาจจะเรียกว่า “บาทหลวง” ก็ได้ มีหนังแบบนี้ในโลกนี้ด้วยหรือ มันเป็นอย่างไรกันนะ ผมสั่งซื้อมัน และรอคอยการเดินทางมาของภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างใจจดใจจ่อ
จากภาพยนตร์เกี่ยวกับพระสงฆ์แผ่นแล้วแผ่นเล่า ที่เห็นเมื่อไรเหมือนถูกดึงสายตาและเงินจากกระเป๋าให้ต้องหนีบเก็บเอาไว้ บางทีได้ดูบ้าง บางทีก็เก็บไว้จนลืม ซ้อนทับจนมีเรื่องใหม่ๆ มา หลงลืมกันไป พบอีกทีบางทีก็เก็บของ จัดของ เตรียมย้ายจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งแล้ว

เมื่อเริ่มได้เดินทางมากขึ้น ได้เข้าร่วมประชุมระดับเอเชีย ระดับนานาชาติ ได้พบเห็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับพระสงฆ์หลากหลายเข้าไปอีก ไม่น่าเชื่อว่ามีทั้งหนังอินเดีย หนังสเปน หนังเม็กซิโก หนังไอร์แลนด์ หนังจากโปแลนด์ หรือแม้กระทั่งอย่างกระแสเกาหลีฟีเวอร์ก็ยังมีหนังเกาหลีที่มีพระสงฆ์ หรือสังฆานุกร หนังเหล่านี้พาเราให้เห็นกิจกรรมที่ท่านทำ ความเชื่อศรัทธาที่ท่านมี ฯลฯ ผมเก็บเรื่องราวทั้งหมดเหมือนรู้สึกว่าวันหนึ่งมันจะมีประโยชน์ในวงกว้าง
5-6 ปีก่อนเมื่อหนังสือ “สงฆ์สัมพันธ์” ยังมีลมหายใจอยู่ (หนังสือสงฆ์สัมพันธ์ เป็นหนังสือเฉพาะของบรรดาพระสงฆ์แห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ที่ออกทุกเดือนๆ ละ 1 ฉบับ ดูแลโดยสภาสงฆ์ของอัครสังฆมณฑล) ผมจำได้ว่ายังใช้พื้นที่ของสงฆ์สัมพันธ์ เปิดคอลัมน์ที่ชื่อว่า “พระสงฆ์บนแผ่นฟิล์ม” และตั้งใจว่า จะแนะนำภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับพระสงฆ์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งตัวเดินเรื่อง หรือพาดพิงในบางมุม เพื่ออย่างน้อยได้ทำให้เห็นว่า ในมุมมองของภาพยนตร์ก็ดี ในมุมมองของสังคมทั่วไปก็ดี หรือในมุมมองของความเป็นจริงก็ดี ถ้าทฤษฎีที่ว่า ฟังหนังดูละครแล้วย้อนดูตัวเอง หรือทฤษฎีที่ว่า ไม่มีใครรู้จักเราดีเท่าตัวเราเอง เรื่องราวที่มีพระสงฆ์ไปปรากฏอยู่คงมีบทสอน บทสะท้อน บทแห่งความรื่นรมย์ และความรู้ทัศนคติไปพร้อมๆ กัน แต่บทความนี้ในที่สุดก็ไม่ได้เขียนอย่างต่อเนื่อง และเงียบหายไปพร้อมกับหนังสือสงฆ์สัมพันธ์
ผมแทบไม่เชื่อว่า ในที่สุดแล้ว ความรู้สึกในวันที่เดินเลือกหนังอยู่บนชั้น 2 ของห้างใหญ่ในวันนั้นจะย้อนกลับมาอีกครั้ง เมื่อปีนี้ถูกประกาศให้เป็นปีพระสงฆ์ (19 มิถุนายน 2009 – 19 มิถุนายน 2010) ผมนึกถึงหนังเกี่ยวกับพระสงฆ์ทั้งหมดที่สะสมมา ผมนึกถึงคอลัมน์ “พระสงฆ์บนแผ่นฟิล์ม” ผมนึกถึงกิจกรรม “ฟังหนัง-ดูสาระ” ของสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย ใช่แล้วครับ กิจกรรม “ฟังหนัง-ดูสาระ” กำลังจะกลับมา ครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 12 แล้ว ในชื่อตอนว่า “พระสงฆ์บนแผ่นฟิล์ม” เรื่องราวของพระสงฆ์บนจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ ห้องประชุมโรงเรียนอัสสัมชัญ ชั้น 9 ดูกันตลอดปีพระสงฆ์ กับภาพยนตร์ อาทิ Angels and Demons (เทวากับซาตาน) The Mission (นักบุญนักรบ) หรือภาพยนตร์เก่าๆ แต่มีคุณค่าและสอดรับกับห้วงเวลาของการสถาปนาบุคคลในเรื่องราวนั้นเป็นนัก บุญ คุณพ่อดาเมียนแห่งโมโลไก หรือแม้กระทั่งภาพยนตร์ที่ไม่เคยฉายในเมืองไทย เหตุการณ์ตึกเวิลด์เทรดถล่ม ในวันนั้น มีพระสงฆ์องค์หนึ่งเสียชีวิตลง เพราะการไปช่วยผู้คนในภาพยนตร์เรื่อง The Saint of 9/11 หรือหนังผีสยองอย่าง The Exocist พระสงฆ์ไล่ผีได้จริงหรือ? ฯลฯ มากมายเหล่านี้จากสื่อมวลชนคาทอลิกฯ เตรียมมามอบให้ท่านพร้อมกับพระสงฆ์จากหลากหลายคณะ และผู้มีประสบการณ์ตรงกับเรื่องต่างๆ ร่วมกับนิตยสารไบโอสโคป นิตยสารทางเลือกเพื่อคนรักหนัง ในการส่ง
นักวิจารณ์หนังระดับต้นๆ เข้าร่วมเสวนา
“ผมเก็บเรื่องทั้งหมดเหมือนสักวันหนึ่งมันจะมีประโยชน์ในวงกว้าง” ผมคิดทบทวนทั้งความรู้สึก และเรื่องราว เกิดบทรำพึงกับตัวเองถึงความเชื่อ การจัดการของพระเจ้า และการเดินตามเสียงเรียก ด้วยความสัตย์ซื่อ และถ่อมตน ความเชื่อก็คือ เหมือนพระจัดเตรียมอะไรไว้ทั้งหมด การจัดการของพระเจ้าก็คือ เพื่อเราจะได้ร่วมมืออย่างเต็มที่ และการเดินตามเสียงเรียก ด้วยความสัตย์ซื่อก็คือ การเป็นเครื่องมือชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง เพื่อทำเรื่องบางอย่างในมุมของหน้าที่ของเรา ผมคิดว่าเรื่องพระสงฆ์ๆ แบบนี้ถ้าพระสงฆ์ ไม่ทำแล้วจะให้ใครทำ ภาพยนตร์เหล่านี้ถ้าสื่อคาทอลิกไม่เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัด แล้วใครจะเป็นตัวตีหรือใครจะเป็นตัวตั้งให้ แล้วถ้าไม่จัดในปีพระสงฆ์จะรอโอกาสไหน สายตาแห่งความเชื่อพาเราไปพบอะไรมากกว่า ที่สติปัญญามนุษย์จะคิดไปถึงได้ กิจกรรม “ฟังหนัง-ดูสาระ” ยกที่หนึ่งเริ่มกันในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2009 ตั้งแต่เวลา 10.00-13.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 9 โรงเรียนอัสสัมชัญ เชิญมา “ฟังหนัง” ให้ได้ยินเสียงสะท้อนในใจ และ “ดูสาระ” อย่างเพลิดเพลินกับบทสอนยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในนั้น

คุณพ่ออนุชา ไชยเดช

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: