ปรัชญา และ ศาสนา

Philosophy and Theology (www.saengtham.tk)

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับหนังสือป ัญจบรรพ 1. ชื่อหนังสือ การแบ่ง แล ะเนื้อหา

Posted by JinSon on June 16, 2009

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับหนังสือปัญจบรรพ

1. ชื่อหนังสือ การแบ่ง และเนื้อหา

หนังสือห้าเล่มแรกของพระคัมภีร์รวมกันเป็นหนึ่งหน่วย ชาวยิวเรียกหนังสือกลุ่มนี้ว่า Torah คือ “ธรรมบัญญัติ” หรือ “กฎหมาย” หลักฐานแรกที่น่าเชื่อถือถึงชื่อนี้คือหนังสือบุตรสิรา และเมื่อเริ่มคริสตกาล ชาวยิวนิยมใช้ชื่อนี้แล้ว ดังที่พบได้ในพันธสัญญาใหม่ (มธ 5:17;ลก 10:26; ดู ลก 24:44)

ชาวยิวแบ่งหนังสือ “ธรรมบัญญัติ” นี้ออกเป็นห้าเล่มที่มีความยาวใกล้เคียงกันเพื่อความสะดวกในการคัดลอกเนื้อหายืดยาวนี้ ชาวยิวที่พูดภาษากรีกจึงเรียกหนังสือธรรมบัญญัตินี้ว่า “ปัญจบรรพ” [Pentateuchos (biblos)] ซึ่งแปลว่า “หนังสือที่มีห้าเล่ม” และเขียนทับศัพท์เป็นภาษาลาตินว่า “Pentateuchus (liber)” และกลายเป็นภาษาอังกฤษว่า Pentateuch แต่ชาวยิวที่พูดภาษาฮีบรูจะเรียกหนังสือเล่มนี้ว่า “ห้าหนึ่งในห้าของธรรมบัญญัติ”

พระคัมภีร์ฉบับภาษากรีกที่เรียกว่า Septuagint เป็นพยานว่าการแบ่งหนังสือธรรมบัญญัติเป็นห้าเล่มนี้มีมาก่อนคริสตกาลแล้ว ผู้แปลหนังสือพันธสัญญาเดิมจากภาษาฮีบรูเป็นภาษากรีก ตั้งชื่อหนังสือแต่ละเล่มตามเนื้อหา และพระศาสนจักรในภายหลังก็ใช้ชื่อเหล่านี้ด้วย ดังนั้น หนังสือซึ่งเริ่มต้นด้วยเรื่องราวการสร้างโลกจึงได้ชื่อว่า “Genesis” (ซึ่งแปลว่า “ต้นกำเนิด” ส่วนชื่อภาษาไทย “ปฐมกาล” นั้นใกล้เคียงกับชื่อหนังสือในภาษาฮีบรูมากกว่า) หนังสือเล่มที่สองซึ่งเล่าถึงการอพยพของชาวอิสราเอลออกจากประเทศอียิปต์จึงมีชื่อว่า “Exodus” (อพยพ) เล่มที่สามได้ชื่อว่า “Leviticus” (เลวีนิติ) เพราะบรรจุกฎหมายของบรรดาสมณะเผ่าเลวี สี่บทแรกของหนังสือเล่มที่สี่กล่าวถึงการสำรวจสำมะโนประชากรของอิสราเอล จึงได้ชื่อว่า “Numbers” (จำนวน) แต่ฉบับภาษาไทยใช้ชื่อว่า “กันดารวิถี” เพราะเล่าเรื่องการเดินทางของชาวอิสราเอลในถิ่นทุรกันดาร เล่มที่ห้าได้ชื่อว่า “Deuteronomy” (กฎหมายฉบับที่สอง) ตามคำแปลภาษากรีกของ ฉธบ 17:18 ภาษาไทยเรียกว่า “เฉลยธรรมบัญญัติ” อย่างไรก็ตาม ชาวยิวไม่ใช้ชื่อเหล่านี้เรียกหนังสือทั้งห้าเล่ม แต่ใช้คำภาษาฮีบรูคำแรกของหนังสือแต่ละเล่มเป็นชื่อหนังสือ

หนังสือปฐมกาล แบ่งเป็นสองภาคที่มีความยาวไม่เท่ากัน คือ บทที่ 1-11 และบทที่ 12-50 ภาคแรก กล่าวถึงเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์เป็นการนำเข้าสู่ประวัติศาสตร์แห่งความรอด ซึ่งเป็นความคิดหลักของพระคัมภีร์ทั้งหมด เรื่องเล่าในภาคนี้กล่าวถึงการเริ่มต้นของโลกและการสำรวจมนุษยชาติทั้งหมด กล่าวถึงการสร้างจักรวาลและมนุษยชาติ การที่มนุษย์ตกในบาปและผลที่ตามมา มนุษยชาติทำบาปมากยิ่งขึ้นจนพระเจ้าทรงบันดาลให้เกิดน้ำวินาศเป็นการลงโทษ หลังจากโนอาห์มนุษยชาติเพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่พระคัมภีร์จะให้ความสนใจเป็นพิเศษแก่อับราฮัม บิดาของประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรร โดยค่อยๆจำกัดลำดับวงศ์วานของมนุษยชาติให้แคบลง ภาคที่สอง (บทที่ 12-50) เล่าประวัติศาสตร์ของบรรดาบรรพบุรุษของชาวอิสราเอล โดยบรรยายลีกษณะเด่นเฉพาะของแต่ละคน อับราฮัมเป็นผู้มีความเชื่อ พระเจ้าทรงตอบแทนความนอบน้อมเชื่อฟังของเขาโดยทรงสัญญาว่าเขาจะมีลูกหลาน และลูกหลานเหล่านี้จะได้ครอบครองแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ (12:1-25:18) ยาโคบเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยม ใช้เล่ห์เหลี่ยมแย่งชิงสิทธิบุตรคนแรกจากเอซาวพี่ชาย หลอกอิสอัคผู้บิดาให้อวยพรตน และยังใช้เล่ห์เหลี่ยมเอาชนะลาบัน ลุงของตนซึ่งมีเล่ห์เหลี่ยมพอๆ กัน แต่การใช้เล่ห์เหลี่ยมทั้งหมดนี้จะไร้ประโยชน์ถ้าพระเจ้าไม่ทรงเลือกเขามากกว่าเอซาวตั้งแต่ก่อนเขาจะเกิดมา และทรงรื้อฟื้นทั้งพระสัญญาแบะพันธสัญญาที่ทรงกระทำไว้กับอับราฮัม (25:19 จนถึงบทที่ 36) เรื่องราวของอิสอัค บุตรของอับราฮัมและบิดาของยาโคบไม่มีรายละเอียดพอที่จะทำให้เราเข้าใจบุคลิกของเขาเด่นชัดนัก แต่เล่าไว้เพื่อเสริมความเข้าใจถึงอับราฮัมหรือยาโคบเท่านั้น บุตรทั้งสิบสองคนของยาโคบเป็นต้นตระกูลของเผ่าทั้งสิบสองของอิสราเอล บทสุดท้ายของหนังสือปฐมกาล (บทที่ 37-50 เว้นบทที่ 38 และ 49) กล่าวถึง บุตรคนหนึ่งของยาโคบ คือโยเซฟผู้มีปรีชาญาณ เรื่องชุดเกี่ยวกับโยเซฟต่างจากเรื่องราวที่เล่าก่อนหน้านั้น ไม่เล่าว่าพระเจ้าทรงเข้ามาแทรกแซงในชีวิตของโยเซฟอย่างอัศจรรย์หรือทรงเปิดเผยความจริงใหม่แต่อย่างใด กระนั้นก็ดี ยังมีบทสอนว่าพระเจ้าทรงตอบแทนคุณธรรมของผู้มีปรีชาญาณ และพระญาณสอดส่องจะบันดาลให้ความบกพร่องของมนุษย์บังเกิดผลดีได้

หนังสือปฐมกาลมีความสมบูรณ์ในตัวเอง เล่าประวัติศาสตร์ของบรรดาบรรพบุรุษ หนังสืออีกสามเล่มที่ตามมาชีวิตของโมเสสเป็นกรอบ เล่าเรื่องการก่อตั้งประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรร และอธิบายว่ากฎหมายทางสังคมและศาสนาได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างไร

หนังสืออพยพ มีความคิดหลักสองประการ คือ การปลดปล่อยอิสราเอลจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์ (1:1 – 15:21) และพันธสัญญาที่ภูเขาซีนาย (19:1 – 40:38) ความคิดหลักที่สำคัญน้อยกว่าคือการเดินทางในถิ่นทุรกันดารเป็นตัวเชื่อมความคิดหลักทั้งสองเข้าด้วยกัน (15:22 – 18:27) หลังจากโมเสสได้รับการเผยให้ทราบพระนามของพระยาห์เวห์ที่ภูเขาของพระเจ้าแล้ว เขานำชาวอิสราเอลออกจากประเทศอียิปต์ไปถึงภูเขานั้น พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์อย่างรุ่งเรือง ทรงกระทำพันธสัญญากับประชากรอิสราเอลและทรงประกาศกฎหมายของพระองค์ ประชากรละเมิดพันธสัญญาเกือบจะทันทีหลังจาด้ำพันธสัญญานั้น เขากราบนมัสการรูปลูกโคทองคำ แต่พระเจ้าทรงให้อภัยบาปและรื้อฟื้นพันธสัญญากับเขา ต่อจากนั้นเป็นรายการข้อกำหนดต่างๆ ที่ควบคุมศาสนพิธีในสภาพแวดล้อมของการเดินทางในถิ่นทุรกันดาร

หนังสือเลวีนิติ เป็นตัวบทกฎหมายเกือบทั้งเล่มเข้ามาคั่นเรื่องเล่า สาระสำคัญก็คือ พิธีการถวายเครื่องบูชา (บทที่ 1-7) พิธีแต่งตั้งสมณะโดยเล่าพิธีอภิเษกอาโรนและบรรดาบุตร (บทที่ 8-10) ข้อกำหนดเกี่ยวกับสิ่งมีมลทินและไม่มี (บทที่ 11-15) วันขออภัยบาป (บทที่ 16) ประมวลกฎหมายว่าด้วยความศักดิ์สิทธิ์ (บทที่ 17-26) ซึ่งรวมพิธีการในวันฉลองประจำปีไว้ด้วย (บทที่ 23) และจบด้วยคำอวยพรและสาปแช่ง (บทที่ 26) บทที่ 27 เป็นบทผนวก กำหนดอัตราถวายเงินแทนบุคคล สัตว์และสิ่งของที่บนไว้แด่พระยาห์เวห์

หนังสือกันดารวิถี เล่าเรื่องการเดินทางในถิ่นทุรกันดารต่อไป การสำรวจสำมะโนประชากร (บทที่ 1-4) และการถวายอุปกรณ์และบรรณาการในโอกาสการอภิเษกกระโจมที่ประทับ (บทที่ 7) เป็นอารัมภบทของเรื่องการเดินทางจากภูเขาซีนาย ชาวอิสราเอลฉลองปัสกาครั้งที่สองแล้วออกเดินทางจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์ (บทที่ 9-10) มาถึงคาเดชหลังจากได้หยุดพักตามทางหลายครั้งจากคาเดชชาวอิสราเอลพยายามจะเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอันจากทิศใต้แต่ไม่สำเร็จ (บทที่ 11-14) หลังจากหยุดพักที่คาเดชเป็นเวลานาน ประชากรได้ออกเดินทางต่อไปจนถึงที่ราบโมอับซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเมืองเยริโค (บทที่ 20-25) ชาวอิสราเอลมีชัยชนะเหนือชาวมีเดียน ชนเผ่ากาดและเผ่ารูเบนเข้าตั้งถิ่นฐานอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน (บทที่ 31-32) บทที่ 33 สรุปเส้นทางการเดินทางจากประเทศอียิปต์ถึงที่ราบโมอับ เรื่องเล่าเหล่านี้มีกฎหมายต่างๆ แทรกอยู่ประปรายเป็นชุดๆ กฎหมายเหล่านี้เสริมประมวลกฎหมายที่พระเจ้าประทานให้ที่ภูเขาซีนาย หรือไม่ก็เป็นกฎหมายที่จะบังคับใช้เมื่อจะตั้งถิ่นฐานในแผ่นดินคานาอัน (บทที่ 5-6;8;15-19;26-30;34-36)

หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ มีโครงสร้างต่างจากเล่มอื่น หนังสือเล่มนี้บรรจุประมวลกฎหมายทางบ้านเมืองและทางศาสนา (บทที่ 12 – 26:15) ซึ่งอยู่ในกรอบของคำปราศรัยยืดยาวของโมเสส (บทที่ 5-11 และ 26:16-28) ข้อเขียนทั้งหมดนี้อยู่หลังจากคำปราศรัยแรกของโมเสส (บทที่ 1-4) และตามด้วยคำปราศรัยที่สาม (บทที่ 29-30) ต่อมาจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวาระสุดท้ายของโมเสส คือการมอบอำนาจให้โยชูวา บทเพลง คำอวยพร และมรณกรรมของโมเสส (บทที่ 31-34) ประมวลกฎหมายเฉลยธรรมบัญญัติย้ำกฎหมายส่วนหนึ่งที่ประกาศใช้ระหว่างการเดินทางในถิ่นทุรกันดาร คำปราศรัยทั้งหมดของโมเสสระลึกถึงเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ คือการอพยพ เหตุการณ์ที่ภูเขาซีนายและการริเริ่มเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอัน โดยอธิบายความหมายทางศาสนาของเหตุการณ์เหล่านี้ และเน้นถึงความสำคัญของธรรมบัญญัติและเตือนประชากรที่ทรงเลือกสรรให้ซื่อสัตย์ต่อพระยาห์เวห์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: