ปรัชญา และ ศาสนา

Philosophy and Theology (www.saengtham.tk)

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับหนังสือป ัญจบรรพ 4. กฎหมายต่างๆ

Posted by JinSon on June 16, 2009

4. กฎหมายต่างๆ

ในพระคัมภีร์ของชาวยิว หนังสือปัญจบรรพมีชื่อว่า “ธรรมบัญญัติ” (Torah) หรือ “กฎหมาย” และโดยแท้จริงก็เป็นหนังสือที่รวบรวมข้อกำหนดต่างๆ ครอบคลุมชีวิตทั้งหมดของชนชาติอิสราเอลทั้งในด้านศีลธรรม สังคมและศาสนา สำหรับคนในสมัยนี้ ลักษณะที่น่าสังเกตที่สุดของข้อกำหนดเหล่านี้ก็คือลักษณะทางศาสนา เรายังพบลักษณะเช่นนี้ได้ในประมวลกฎหมายบางฉบับของชนชาติในตะวันออกกลางสมัยโบราณ แต่เราไม่พบว่าประมวลกฎหมายใดรวมเรื่องศักดิ์สิทธิ์เข้ามาครอบคลุมเรื่องราวทางโลกมากเท่าในหนังสือปัญจบรรพ สำหรับชาวอิสราเอล พระเจ้าทรงตราธรรมบัญญัตินี้ซึ่งกำหนดหน้าที่ของประชาชนต่อพระเจ้า และข้อกำหนดต่างๆ มีแรงบันดาลใจจากความคิดทางศาสนา ที่เป็นเช่นนี้ดูไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดสำหรับกฎศีลธรรมที่รวมไว้เป็นบทบัญญัติสิบประการหรือสำหรับกฎทางพิธีกรรมในหนังสือเลวีนิติ แต่สิ่งที่แปลกและมีความหมายมากกว่าก็คือกฎหมายทางบ้านเมืองและกฎหมายอาญาปนอยู่กับบทบัญญัติทางศาสนาในประมวลกฎหมายเดียวกัน ธรรมบัญญัติทั้งหมดนี้นับว่าเป็นกฎบัตรของพันธสัญญาระหว่างชาวอิสราเอลกับพระยาห์เวห์ จึงไม่น่าแปลกที่พระคัมภีร์เล่าว่าพระเจ้าทรงตรากฎหมายต่างๆ เหล่านี้เมื่อชาวอิสราเอลกำลังเดินทางในถิ่นทุรกันดารเพราะพระองค์ทรงทำพันธสัญญากับอิสราเอลในช่วงเวลานั้น

เนื่องจากกฎหมายมีไว้เพื่อนำไปปฏิบัติ กฎหมายเหล่านี้จึงต้องปรับให้เข้ากับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตามเวลาและสถานที่ นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมในประมวลกฎหมายต่างๆ ที่เรากำลังพิจารณาเราพบกฎโบราณมากอยู่เคียงข้างกับสูตรและข้อกำหนดซึ่งสะท้อนปัญหาในสมัยต่อมา นอกจากนั้นชาวอิสราเอลยังได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมของชนชาติเพื่อนบ้านในเรื่องกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย ข้อกำหนดบางประการในประมวลกฎหมายพันธสัญญาและในประมวลกฎหมายเฉลยธรรมบัญญัติมีความคล้ายคลึงมากกับประมวลกฎหมายของชนชาติในแคว้นเมโสโปเตเมีย กับประมวลกฎหมายของชาวอัสซีเรียและประมวลกฎหมายของชาวฮิตไทต์ ความคล้ายคลึงกันเช่นนี้ไม่ได้เป็นผลของการคัดลอกโดยตรง แต่มาจากอิทธิพลของประมวลกฎหมายของชนต่างชาติ หรือจากกฎหมายที่ประชาชนในตะวันออกกลางโบราณใช้กันโดยทั่วไป นอกจากนั้นหลังการอพยพ ประเพณีปฏิบัติของชาวคานาอันยังมีอทธิพลอย่างมากต่อการกำหนดข้อความของกฎหมายและรูปแบบของศาสนพิธีของอิสราเอลด้วย

บทบัญญัติสิบประการ หรือ “วาจาสิบคำ” ที่จารึกไว้บนศิลาสองแผ่นที่ภูเขาซีนายกำหนดกฎหมายพื้นฐานของพันธสัญญา เป็นกฎหมายทั้งในด้านศีลธรรมและศาสนาในเวลาเดียวกัน พระคัมภีร์เขียนบทบัญญัติสิบประการนี้ไว้สองแห่ง คือใน อพย 20:2-17 และใน ฉธบ 5:6-18 ข้อความทั้งสองแห่งนี้แตกต่างกันพอสมควร แต่มาจากแหล่งข้อมูลโบราณเดียวกันที่สั้นกว่า เราไม่มีเหตุผลใดพอจะปฏิเสธว่าบทบัญญัติในรูปแบบโบราณนี้ไม่ได้มาจากโมเสส

ประมวลกฎหมายพันธสัญญา (จากตำนานเอโลฮิสต์ อพย 20:22 – 23:33 หรือถูกกว่านั้น อพย 20:24 – 23:9) แม้จะแทรกอยู่ระหว่างบทบัญญัติสิบประการและพิธีทำพันธสัญญาที่ภูเขาซีนาย ก็สะท้อนสภาพสังคมของชาวอิสราเอลหลังยุคโมเสส เป็นประมวลกฎหมายของชุมชนคนเลี้ยงแกะและชาวนา ให้ความสำคัญแก่สัตว์ใช้งาน การทำไร่ทำนา ทำสวนองุ่นและการสร้างบ้านเรือน จึงชี้ให้เห็นว่าชุมชนดังกล่าวได้ตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นหลักแหล่งและไม่ดำเนินชีวิตแบบเร่ร่อนอีกต่อไปเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว ในสภาพเช่นนี้เท่านั้นชาวอิสราเอลสามารถรู้และปฏิบัติตามกฎที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ประมวลกฎหมายพันธสัญญาได้ข้อมูลต่างๆ มากมายจากกฎที่ใช้กันอยู่ทั่วไปนี้เอง เราจึงพบตัวบทกฎหมายเหมือนกันในประมวลกฎหมายของชาวเมโสโปเตเมียด้วย อย่างไรก็ตามประมวลกฎหมายพันธสัญญานี้มีแรงจูงใจจากความเชื่อต่อพระยาห์เวห์แทรกซึมอยู่ทั่วไป บ่อยครั้งจึงมีข้อกำหนดต่อต้านค่านิยมทางวัฒนธรรมของชาวคานาอัน ประมวลกฎหมายนี้มีรูปแบบการเขียน 2 อย่าง คือ “กฎหมายพิจารณาโทษการกระทำผิด” (มีรูปแบบ “ถ้า…”) และ “กฎหมายสั่งหรือห้าม” (มีรูปแบบ “ต้อง” หรือ “อย่า”) ประมวลกฎหมายนี้น่าจะเขียนไว้เป็นเอกสารต่างหากก่อนจะเขียนหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติอย่างแน่นอน เพราะหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติยืมข้อมูลหลายประการมาจากประมวลกฎหมายพันธสัญญานี้ ประมวลกฎหมายนี้ไม่กล่าวถึงสถาบันกษัตริย์เลย จึงน่าจะได้เขียนไว้ในสมัยผู้วินิจฉัย ประมวลกฎหมายฉบับนี้น่าจะนำมารวมกับเรื่องเล่าเหตุการณ์ที่ภูเขาซีนายก่อนที่หนังสือธรรมบัญญัติจะเขียนขึ้น

ประมวลกฎหมายเฉลยธรรมบัญญัติ (ฉธบ 12:1 – 26:15) เป็นสาระสำคัญของหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติซึ่งเราได้บรรยายลักษณะและประวัติการเขียนไว้แล้วข้างต้น ประมวลกฎหมายฉบับนี้ได้ข้อมูลส่วนหนึ่งจากประมวลกฎหมายพันธสัญญา แต่นำมาปรับปรุงแก้ไขตามสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่นเรื่องการยกหนี้ (เทียบ ฉธบ 15:1-11 กับ อพย 23:10-11) และกฎหมายเรื่องทาส (เทียบ ฉธบ 15:12-18 กับ อพย 21:2-11) ถึงกระนั้นประมวลกฎหมายเฉลยธรรมบัญญัติมีความขัดแย้งสำคัญข้อหนึ่งกับประมวลกฎหมายพันธสัญญาตั้งแต่ข้อกำหนดข้อแรกทีเดียว นั่นคือประมวลกฎหมายพันธสัญญาอนุญาตให้มีสักการสถานหลายแห่ง (อพย 20:24) แต่ประมวลกฎหมายเฉลยธรรมบัญญัติมีกฎบังคับให้มีสักการสถานเพียงแห่งเดียว (ฉธบ 12:2-12) การกำหนดให้มีสักการสถานเพียงแห่งเดียวนี้ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงกฎโบราณเกี่ยวกับการถวายบูชา การถวายหนึ่งในสิบและวันฉลองต่างๆ ประมวลกฎหมายเฉลยธรรมบัญญัติยังมีข้อกำหนดที่ไม่พบในประมวลกฎหมายพันธสัญญาอีกหลายข้อ ข้อกำหนดนี้บางข้อโบราณมาก และมาจากแหล่งข้อมูลที่เราไม่รู้จัก แต่ลักษณะเฉพาะของประมวลกฎหมายเฉลยธรรมบัญญัติชี้ให้เห็นสภาพการณ์ทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงแล้ว มีความห่วงใยที่จะปกป้องผู้อ่อนแอ ย้ำอยู่เสมอถึงสิทธิของพระเจ้าเหนือแผ่นดินและประชากรของพระองค์ นอกจากนั้นข้อกำหนดต่างๆ ของประมวลกฎหมายเฉลยธรรมบัญญัติยังมีลีลาการเขียนในรูปแบบของการเทศน์เตือนใจอีกด้วย

ถึงแม้ว่าหนังสือเลวีนิติจะไม่ได้เรียบเรียงครั้งสุดท้ายให้มีรูปแบบอย่างที่เรามีในปัจจุบันจนกระทั่งชาวยิวกลับจากเนรเทศที่บาบิโลนแล้ว หนังสือฉบับนี้ก็มีข้อมูลที่โบราณมากหลายประการ เช่นข้อกำหนดเกี่ยวกับอาหารที่กินได้กินไม่ได้ (บทที่ 11) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการมีมลทินหรือไม่มีเพื่อร่วมศาสนพิธี (บทที่ 13-15) ส่วนพิธีกรรมในวันขออภัยบาปที่กำหนดขึ้นในภายหลัง (บทที่ 16) ยังรักษาพิธีชำระที่โบราณมากไว้ขณะที่มีความเข้าใจที่พัฒนามากแล้วเรื่องบาปรวมอยู่ด้วย บทที่ 17-26 เป็นกฎหมายชุดหนึ่งที่เรียกว่า “ประมวลกฎหมายว่าด้วยความศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งเดิมน่าจะเป็นเอกสารต่างหากแยกจากหนังสือปัญจบรรพ ประมวลกฎหมายนี้รวบรวมข้อกำหนดต่างๆ ซึ่งบางข้ออาจมาจากสมัยที่ชนอิสราเอลยังเป็นชนเร่ร่อนอยู่ (เช่นบทที่ 18) บางข้อคงจะมีอยู่ก่อนสมัยเนรเทศ และอีกบางข้ออาจะเขียนขึ้นหลังจากนั้น ประมวลกฎหมายนี้คงจะได้รวบรวมขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงเยรูซาเล็มก่อนสมัยเนรเทศ และประกาศกเอเสเคียลคงได้รู้จักประมวลกฎหมายฉบับนี้แล้ว เพราะเขาใช้ภาษาและมีความคิดคล้ายคลึงกับประมวลกฎหมายว่าด้วยความศักดิ์สิทธิ์หลายประการ แต่ประมวลกฎหมายฉบับนี้คงได้ประกาศใช้เพียงในระหว่างการเนรเทศที่บาบิโลน และบรรดาสมณะผู้เรียบเรียงหนังสือปัญจบรรพในภายหลังคงจะนำประมวลกฎหมายนี้เสริมเข้ามาโดยปรับให้เข้ากับเรื่องราวที่มีอยู่แล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: