ปรัชญา และ ศาสนา

Philosophy and Theology (www.saengtham.tk)

มา ระโก

Posted by JinSon on June 9, 2009

stat6559
มา ระโก เป็นศิษย์และเพื่อนร่วมงานของเปโตร ผู้ซึ่งได้บันทึกความจำของเปโตรเกี่ยวกับชีวิตและคำสั่งสอนของพระเยซูเจ้า ไว้ เป็นรูปแบบของพระวรสารลำดับที่สองในหนังสือพันธสัญญาใหม่ นอกจากนี้มาระโกยังมีส่วนช่วยในการก่อตั้งพระ ศาสนจักรที่เมืองอเล็กซานเดรีย ในประเทศอียิปต์อีกด้วย

คำ สั่งสอนของพระเยซูเจ้าถูกประกาศโดยศิษย์คนอื่นๆ นอกจากอัครสาวกทั้งสิบสอง ศิษย์คนหนึ่งเป็นผู้เขียนพระวรสารที่รู้จักกันดีในนามของ มาระโก ท่านเดินทางไปกับเปโตรหลังจากที่พบกัน และได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซูเจ้าและคำสั่งสอนของพระองค์จากความ ทรงจำของเปโตร ธรรมประเพณีที่เชื่อถือได้บอกว่าความทรงจำเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในพระวรสาร ของตามคำเล่าของมาระโก เป็นพระวรสารลำดับที่สองในพันธสัญญาใหม่

อย่าง ไรก็ตาม เราต้องสำนึกว่าการเขียนพระวรสารทั้งสี่เล่ม เป็นกระบวนการสลับซับซ้อน ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง การจะกล่าวว่ามาระโกหรือผู้เขียนพระวรสารคนอื่นๆ เป็นผู้เขียนพระวรสารจริงๆ หรือไม่นั้น ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเขาเป็นผู้เขียนพระวรสารเหมือนกับที่เรามีอยู่ใน ปัจจุบัน มันน่าจะจริงว่าพระวรสารมาจากกลุ่มคริสตชน หรือกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับผู้เขียนพระวรสาร และผู้เขียนพระวรสารมีบทบาทในการรวบรวมเรียบเรียงเรื่องราวต่างๆ เหล่านั้น

เชื่อ กันว่า มาระโกเดินทางไปแอฟริกาและตั้งพระศาสนจักรที่เมืองอเล็กซาน เดรียด้วย เราไม่ค่อยแน่ใจในเรื่องนี้มากนัก แต่รู้ว่าในไม่ช้าเมืองอเล็กซานเดรียกลายเป็นศูนย์กลางใหญ่ของคริสต์ศาสนา เมืองอเล็กซานเดรียถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ อเล็กซานเดอร์มหาราชในปี 331 ก่อนคริสตกาลและเติบโตขึ้นจนกลายเป็นศูนย์กลางที่ยิ่งใหญ่ของอารยธรรมและแนว ความคิดที่สำคัญในโลกกรีก-โรมัน ชาวยิวจำนวนมากเดินทางไปที่นั่นในระหว่างศตวรรษก่อนการบังเกิดของพระเยซู เจ้า งานแปลที่มีชื่อเสียงและสำคัญของหนังสือพันธสัญญาเดิม จากภาษาฮีบรูเป็นภาษากรีกก็ได้ทำกันที่นี่โดยชาวยิวผู้รอบรู้ เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “Septuaginta” (แปลว่า เจ็ดสิบ) เพราะเชื่อว่าได้รับการแปลและเรียบเรียงจากนักเขียน 70 คน


พระ ศาสนจักรแห่งอเล็กซานเดรียกลายเป็นพลังที่เข้มแข็งของชีวิตคริสตชน และที่นี่เองเราได้พบกลุ่มคนที่เรียกว่า นักพรตหรือฤาษี (Monasticism) คริสตชนบางคนได้ทิ้งชีวิตในเมือง ความสะดวกสบายและทรัพย์สมบัติทางโลก เพื่อดำเนินชีวิตตามลำพังหรือเป็นกลุ่มเล็กๆ ในทะเลทราย ที่นั่น ซึ่งห่างไกลจากการล่อลวงทางโลก พวกเขาสามารถสวดภาวนา รำพึงถึงพระเจ้าและกิจการอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ทำพลีกรรมใช้โทษบาปของตนเองและของผู้อื่น วิถีชีวิตแบบนี้อาจได้รับแนวความคิดจากการปฏิบัติของชาวยิวและชาวอินเดีย เช่นเดียวกับแบบอย่างชีวิตของพระเยซูเจ้า ซึ่งต่อมากลุ่มนี้จะส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อพระศาสนจักรตะวันตก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: