ปรัชญา และ ศาสนา

Philosophy and Theology (www.saengtham.tk)

แผนแรกอันน่าอัศจรรย์ของพระเป็นเจ้าในเอเซีย

Posted by JinSon on May 16, 2009

แผนแรกอันน่าอัศจรรย์ของพระเป็นเจ้าในเอเซีย

พระ ศาสนจักรในเอเซีย  ขับร้องสรรเสริญ “พระเป็นเจ้าแห่งความรอด”    (สดด.68:20) ที่ทรงเลือกพื้นแผ่นดินเอเซียให้เป็นจุดเริ่มต้นแผนการแห่งความรอดของ พระองค์ โดยผ่านทางชายและหญิงจากทวีปนี้ ความจริงมีอยู่ว่า พระเป็นเจ้าทรงมีแผนการที่จะเผยแสดง และทรงบันดาลให้พระประสงค์ที่มีมาตั้งแต่แรกแล้ว ในอันที่จะประทานความรอดให้เอเซีย พระองค์ทรงนำบรรดาอัยกา (ดู ปฐก.12) และทรงนำประชากรของพระองค์ไปสู่ความเป็นอิสระ (ดู อพย.3:10) พระองค์ตรัสกับประชากรที่ทรงเลือกสรร โดยผ่านทางบรรดาประกาศก ผู้วินิจฉัย บรรดากษัตริย์และสตรีผู้มีความเชื่อที่กล้าหาญ “เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้” (กท.4:4) พระเจ้าทรงส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ คือพระเยซูคริสตเจ้า พระผู้ไถ่ ผู้ทรงรับเอาเนื้อ-หนังเป็นชาวเอเซีย ด้วยความชื่นชมยินดีในความงดงามในด้านวัฒนธรรม และความมีชีวิตชีวาทางด้านศาสนาของประชาชนในทวีปนี้ และในขณะเดียวกัน  ก็สำนึกในพระพรอันประเสริฐแห่งความเชื่อที่ได้รับไว้ เพื่อคุณความดีของทุกคน พระศาสนจักรในเอเซียจึงประกาศอยู่เสมอว่า “จงขอบพระคุณพระเป็นเจ้า เพราะพระองค์ทรงพระทัยดี ความรักของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิจนิรันดร์” (สดด.118:1)

เหตุ ว่าพระเยซูเจ้าประสูติ เจริญพระชนม์ สิ้นพระชนม์และเสด็จกลับคืนชีพในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนเล็กๆ ของเอเซียตะวันตกผืนนั้น จึงกลายเป็นดินแดนแห่งพระสัญญาและความหวังของมวลมนุษย์ พระเยซูเจ้าทรงรู้จักและรักดินแดนแห่งนี้ พระองค์ทรงรับเอาประวัติศาสตร์ ความทุกข์ทรมานของประชาชนบนผืนแผ่นดินแห่งนี้ พระองค์ทรงรักประชาชนของดินแดนนี้ และทรงรับเอามรดกวัฒนธรรมของชาวยิวมาเป็นของพระองค์เอง อันที่จริงก่อนหน้านี้ นับเป็นเวลานานปีมาแล้ว  พระเป็นเจ้าได้ทรงเลือกประชาชนชาตินี้ และเพื่อจะได้ทรงเผยแสดงพระองค์เอง เป็นการเตรียมการเสด็จมาขององค์พระผู้ไถ่ และจากดินแดนแห่งนี้ พระศาสนจักรในเอเซียก็กำลังจะก้าวไปสู่คริสตสหัสวรรษที่สาม พร้อมกับพระศาสนจักรทั่วโลก ด้วยความประทับใจในทุกสิ่งที่พระเป็นเจ้าได้ทรงประทานให้ตั้งแต่แรกเริ่มมา จนถึงปัจจุบัน และยึดมั่นในความจริงที่ว่า “ในสหัสวรรษที่หนึ่ง กางเขนได้ถูกปักไว้ในดินแดนของยุโรป และในสหัสวรรษที่สองได้ถูกปักไว้บนผืนแผ่นดินของอเมริกาและอัฟริกา ฉันใดก็ฉันนั้น เราสามารถอธิษฐานภาวนาได้ว่า ในสหัสวรรษที่สาม ผลิตผลอันยิ่งใหญ่แห่งความเชื่อจะได้รับการเก็บเกี่ยวในทวีปที่กว้างใหญ่และ สำคัญนี้

เบื้องหลังสมัชชาพิเศษ

ใน สมณสาสน์ “ก้าวสู่สหัสวรรษที่สาม” ข้าพเจ้าได้เสนอแผนงานให้พระศาสนจักรได้เตรียมต้อนรับคริสตสหัสวรรษที่สาม เป็นแผนงานที่มีจุดสำคัญอยู่ที่การท้าทายแห่งการประกาศพระวรสารใหม่ แผนการที่สำคัญแผนหนึ่งก็คือ การประชุมสมัชชาระดับทวีป เพื่อเปิดโอกาสให้บรรดาพระสังฆราชได้พิจารณาถึงปัญหาการแพร่ธรรม ตามสถานภาพของแต่ละท้องถิ่น และตามความต้องการของแต่ละทวีป การประชุมสมัชชาต่างๆ เป็นลำดับต่อกันมานี้ เชื่อมโยงกันด้วยหัวข้อที่คล้ายคลึงกัน กล่าวคือ การแพร่ธรรมใหม่ ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เป็นการเตรียมตัวที่มีความสำคัญอีกส่วนหนึ่งของพระศาสนจักร เพื่อก้าวไปสู่ปีปีติมหาการุญ ค.ศ. 2000

ใน สมณสาสน์ฉบับเดียวกันนี้  เมื่อกล่าวถึงการประชุมสมัชชาพระสังฆราชเพื่อเอเซีย ข้าพเจ้าได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่า ในส่วนนั้นของโลก “ปัญหาของคริสตศาสนาในการเผชิญกับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีมาแต่โบราณนั้น นับเป็นเรื่องเร่งด่วน นี่เป็นการท้าทายการประกาศพระวรสารเป็นอย่างมาก เหตุว่าระบบของศาสนาต่างๆ เช่น พุทธศาสนา หรือศาสนาฮินดู มีลักษณะความรอดที่ชัดเจน นับเป็นเรื่องที่ลึกลับจริงๆ ที่องค์พระผู้ไถ่กู้โลกเสด็จมาประสูติในเอเซีย แต่จนกระทั่งบัดนี้ คนส่วนมากในทวีปนี้ก็ยังไม่รู้จักพระองค์ สมัชชาฯนี้จึงนับว่าเป็นโอกาสที่พระญาณ-สอดส่องทรงกำหนดไว้ เพื่อให้พระศาสนจักรในเอเซีย ได้พิจารณาถึงข้อลึกลับนี้ต่อๆ ไป และรื้อฟื้นความตั้งมั่นในพันธกิจที่จะทำให้พระเยซูคริสตเจ้า ทรงเป็นที่รู้จักของมนุษย์ทุกคน

สอง เดือนหลังการออกสมณสาสน์ “ก้าวสู่สหัสวรรษที่สาม” ข้าพเจ้าได้กล่าวในการประชุมใหญ่ครั้งที่หกของสหพันธ์สภาพระสังฆราชแห่งเอ เซีย ที่มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในช่วงการเฉลิมฉลองวันเยาวชนที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ในโอกาสนั้น ข้าพเจ้าได้เตือนบรรดาพระ-สังฆราชว่า “หากพระศาสนจักรในเอเซียจะทำให้จุดหมายปลายทาง ซึ่งพระญาณสอดส่องได้กำหนดไว้ให้สำเร็จไปได้ กล่าวคือ การแพร่พระ- วรสาร ซึ่งเป็นการป่าวประกาศการสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพของพระเยซูคริสตเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี ด้วยความพากเพียรอย่างต่อเนื่องนั้น ก็จำต้องถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เร่งด่วนอย่างแท้จริง”

การ ตอบรับในด้านบวกของบรรดาพระสังฆราชและพระศาสนจักรท้องถิ่น ต่อการประชุมสมัชชาพิเศษของพระสังฆราชเพื่อเอเซียนี้ เห็นได้อย่างชัดเจนตลอดช่วงระยะเวลาแห่งการเตรียมประชุม บรรดาพระ-สังฆราชได้เสนอความปรารถนาและความคิดเห็นของตนในช่วงเวลานี้อย่าง ตรงไปตรงมา และด้วยความรอบรู้อย่างแท้จริงเกี่ยวกับสถานภาพของทวีปนี้อย่างลึกซึ้ง พวกท่านได้ให้ความคิดเห็น โดยสำนึกถึงพันธะแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกับพระศาสนจักรสากล ตามแนวความคิดเดิมของเอกสาร “ก้าวสู่สหัสวรรษที่สาม” และตามข้อเสนอของคณะกรรมการเตรียมการประชุมสมัชชา ซึ่งได้ทบทวนความคิดเห็นของบรรดาพระสังฆราช และพระศาสนจักรท้องถิ่นในทวีปเอเซีย ข้าพเจ้าจึงได้เลือกหัวข้อการประชุมสมัชชาว่า “พระเยซูคริสตเจ้า พระผู้ไถ่กู้ และพระ-พันธกิจแห่งความรักและการรับใช้ในเอเซีย “เพื่อให้พวกเขาได้มีชีวิต และมีชีวิตอย่างสมบูรณ์” (ยน.10.10) จากการกำหนดหัวข้อนี้ ข้าพเจ้าหวังว่าสมัชชาฯ “จะได้ให้เห็นและอธิบายให้ละเอียดมากขึ้น ถึงความจริงที่ว่า พระคริสตเจ้าทรงเป็นบุคคลกลางระหว่างพระเป็นเจ้ากับมนุษย์ และทรงเป็นพระผู้ไถ่แต่พระองค์เดียวของโลก ซึ่งจะต้องแยกแยะให้ชัดเจน จากบรรดาผู้ตั้งศาสนาที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย” ในขณะที่เราก้าวไปสู่ปีปีติมหา-การุญ พระศาสนจักรในเอเซีย ต้องสามารถประกาศด้วยความกระตือรือร้นหลังจากที่ได้รับการฟื้นฟูว่า “ดูเถิด พระผู้ไถ่ของโลกได้ทรงบังเกิดมาเพื่อเรา” พระองค์ทรงบังเกิดในเอเซีย

การเฉลิมฉลองสมัชชาพิเศษ

เดชะ พระหรรษทานของพระเป็นเจ้า การประชุมสมัชชาพิเศษของพระสังฆราชเพื่อเอเซีย ได้มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน ถึงวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1998 ที่วาติกัน หลังการประชุมพิเศษเพื่ออัฟริกา (ค.ศ1994) และอเมริกา (ค.ศ. 1997) และติดตามด้วยการประชุมสมัชชาพิเศษเพื่อโอเชเนีย (ค.ศ. 1998) เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่บรรดาสมาชิกของสมัชชา  และผู้ร่วมประชุมอื่นๆ ได้มาชุมนุมห้อมล้อมผู้สืบตำแหน่งนักบุญเปโตร และมีส่วนร่วมในพระพรแห่งความเป็นหนึ่งเดียวของฐานันดร ซึ่งได้แสดงออกด้วยวาจาและท่าทาง ในนามของพระศาสนจักรในเอเซีย นับเป็นกาลเวลาแห่งพระหรรษทานอันพิเศษอย่างแท้จริง การประชุมต่างๆ ของพระสังฆราชแห่งเอเซียก่อนหน้านี้ นับเป็นการเตรียมการประชุมสมัชชาฯ บันดาลให้มีบรรยากาศแห่งความเป็นหนึ่งเดียวของพระศาสนจักรฉันพี่ฉันน้อง ที่นับว่ามีบทบาทสำคัญมากก็คือ การประชุมใหญ่ และสัมมนาต่างๆ ซึ่งสหพันธ์สภาพระสังฆราชแห่งเอเซีย และหน่วยงานต่างๆ ของสหพันธ์ฯ นี้ ที่ได้จัดขึ้นเป็นระยะๆ นับเป็นการรวมตัวของพระสังฆราชเอเซียเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการส่งเสริมทั้งความสัมพันธ์ส่วนตัวและพันธกิจของท่านเหล่านี้ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปร่วมการประชุมเหล่านี้บ้าง บางครั้งก็ได้เป็นประธานในพิธีบูชามิสซาอย่างสง่าในโอกาสเปิดและปิดการ ประชุม ในโอกาสนั้นๆ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสสัมผัส “การพบปะด้วยการเสวนา” ของพระศาสนจักรท้องถิ่น ซึ่งรวมไปถึงพระ-ศาสนจักรจารีตตะวันออก โดยพบกับบรรดานายชุมพาของพวกเขา การประชุมเหล่านี้และการประชุมในเขตต่างๆ ของพระสังฆราชแห่งเอเซีย ถือเป็นโอกาสการเตรียมในระยะยาวสำหรับการประชุมสมัชชาครั้งนี้

การ ประชุมสมัชชาเองก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเสวนาว่าเป็น สัญลักษณ์แห่งวิถีชีวิตของพระศาสนจักรในเอเซีย การแบ่งปันประสบการณ์ความคิดและข้อเสนอแนะ ด้วยความจริงใจและตรงไปตรงมา ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการพบกันในด้านจิตวิญญาณ และความเป็นหนึ่งเดียวในความคิดและจิตใจ ซึ่งมองข้ามความแตกต่างด้วยความรักและความเคารพนับถือต่อกันและกัน สิ่งที่น่าประทับใจมากก็คือ การพบปะกันระหว่างพระศาสนจักรที่เพิ่งเริ่มต้น กับพระศาสนจักรที่มีประวัติอันยาวนานมาตั้งแต่สมัยของท่านอัครสาวก เรามีความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับพระสังฆราชของพระศาสนจักรท้อง ถิ่นในพม่า เวียตนาม ลาว เขมร มองโกเลีย ไซบีเรีย และสาธารณรัฐใหม่ๆ ในเอเซียกลาง นั่งอยู่เคียงข้างกับบรรดาพี่น้อง ผู้มีความปรารถนามาเป็นเวลาช้านาน ที่จะพบปะกับท่านเหล่านั้นเพื่อเสวนากับท่าน แต่ก็มีความรู้สึกเศร้าใจที่พระสังฆราชจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่สามารถมาร่วมประชุมกับเรา การที่พวกท่านมิได้มาร่วมประชุม ย่อมเป็นการเตือนเราอย่างสม่ำเสมอ ถึงความเสียสละเยี่ยงวีรบุรุษ และความทุกข์ทรมาน ซึ่งพระศาสนจักรหลายแห่งในเอเซียยังต้องทนรับอยู่

การ พบปะเสวนาของบรรดาพระสังฆราช กับผู้สืบตำแหน่งนักบุญเปโตร ผู้มีหน้าที่ให้กำลังใจแก่บรรดาพี่น้อง (ดู ลก.22:32) เป็นการกระชับความเชื่อและพันธกิจอย่างแท้จริง วันแล้ววันเล่าในห้องประชุมใหญ่ และในห้องประชุมย่อย เราได้ยินการรายงานของความเชื่อที่ลึกซึ้ง ความรักที่เสียสละ ความหวังที่ไม่สั่นคลอน และการให้อภัยอันเปี่ยมด้วยความเมตตา  ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการย้ำเตือนถึงความจริงแห่งพระดำรัสของพระเยซูเจ้าที่ว่า “เราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไป” (มธ.28:20) สมัชชาฯ นับเป็นเวลาแห่งพระหรรษทาน เหตุว่าเป็นการพบปะกับองค์พระผู้ไถ่ ผู้ยังทรงประทับอยู่กับพระศาสนจักรของพระองค์ อาศัยพระอานุภาพของพระจิตเจ้า ซึ่งสัมผัสได้ในการเสวนาฉันพี่น้องแห่งชีวิตของความเป็นหนึ่งเดียวและพันธ กิจ

การแบ่งปันผลจากสมัชชาพิเศษ

อาศัย สมณสาสน์หลังการประชุมสมัชชาฉบับนี้ ข้าพเจ้าใคร่จะแบ่งปันกับพระศาสนจักรในเอเซียและทั่วโลก ถึงผลของสมัชชาพิเศษครั้งนี้ เอกสารฉบับนี้ได้พยายามที่ถ่ายทอดประสบการณ์ฝ่ายจิตอันยิ่งใหญ่ครั้งนั้น ประสบการณ์แห่งความเป็นหนึ่งเดียวและสมานฉันท์ในสังฆภาพ สมัชชาครั้งนี้ ยังเป็นที่รำลึกถึงในดวงใจ ถึงการเฉลิมฉลอง รากเหง้าแห่งความเป็นเอเซียของพระศาสนจักร บรรดาพระสังฆราชผู้เป็นสมาชิกของสมัชชารำลึกถึงกลุ่มคริสตชนรุ่นแรก พระศาสนจักรแรกเริ่ม ฝูงแกะน้อยๆ ของพระเยซูเจ้า ในทวีปอันกว้างใหญ่นี้ (ดู ลก.12:32) พวกท่านระลึกถึงสิ่งที่พระศาสนจักรได้รับและได้ยินมาตั้งแต่แรกเริ่ม (ดู วว.3:3) ครั้นเมื่อรำลึกถึงแล้ว พวกท่านก็พากันเฉลิมฉลอง “พระคุณความดีอันล้นเหลือ” ของพระเป็นเจ้า (สดด.145:7) ซึ่งมีอยู่อย่างสม่ำเสมอ การประชุมสมัชชายังเป็นโอกาสที่น้อมรับประวัติศาสตร์ของศาสนาและวัฒนธรรมที่ มีมาแต่นาน ตลอดจนปรัชญาอันลึกซึ้ง และปรีชาญาณ ซึ่งทำให้เอเซีย เป็นดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เหนือสิ่งอื่นใด การประชุมสมัชชาระลึกถึงประชาชนในเอเซียว่า เป็นสมบัติอันแท้จริงของทวีปนี้ และยังเป็นความหวังสำหรับอนาคตอีกด้วย ตลอดช่วงเวลาการประชุมสมัชชา พวกเราที่ร่วมอยู่ในการประชุมครั้งนั้น ล้วนเป็นสักขีพยาน ถึงการประชุมซึ่งมีผลมากมาย ของการพบกันระหว่างวัฒนธรรม อารยธรรมเก่าแก่และใหม่ในเอเซีย ซึ่งมีทั้งความแตกต่างและความกลมกลืนอย่างน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสัญลักษณ์ เพลง การฟ้อนรำ และสีสันต่างๆ มารวมกันอย่างกลมกลืนรอบพระแท่นบูชาของพระเจ้า ในพิธีมิสซาเปิดและปิดการประชุม

การ เฉลิมฉลองนี้ มิได้มีเหตุผลมาจากความหยิ่งจองหองในความสำเร็จของมนุษย์   แต่เป็นการฉลองด้วยความสำนึกในสิ่งที่พระผู้ทรงสรรพานุภาพ ทรงบันดาลให้แก่พระศาสนจักรในเอเซีย (ดู ลก.1:49) เมื่อระลึกถึงสถานภาพอันต่ำต้อยของชุมชนคาทอลิก ตลอดจนความอ่อนแอของสมาชิก ก็ยิ่งเป็นการเชิญชวนให้กลับใจ เพื่อพระศาสนจักรในเอเซีย จะได้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ในพระหรรษทานต่างๆ ซึ่งพระเป็นเจ้าทรงมอบให้

นอก จากจะเป็นการรำลึกและการเฉลิมฉลองแล้ว การประชุมสมัชชายังเป็นการประกาศความยึดมั่นในความเชื่อ ในพระเยซูคริสตเจ้าองค์พระผู้ไถ่ สมาชิกของสมัชชาล้วนสำนึกในพระพรแห่งความเชื่อ จึงต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า การเฉลิมฉลองที่ดีที่สุดก็คือ การยึดมั่นในความเชื่อทั้งหมด และพิจารณาความเชื่อที่เกี่ยวโยงกับสถานภาพของเอเซียในปัจจุบัน ว่าจะประกาศและแสดงความเชื่อนี้ได้อย่างไร พวกท่านกล่าวย้ำหลายครั้งว่า ได้มีการประกาศความเชื่อในทวีปด้วยความไว้วางใจ และความกล้าหาญ แม้ในท่ามกลางความยากลำบากอันมากมาย ในนามของชายหญิงหลายล้านคนในเอเซีย ผู้ไม่ยอมมอบความหวังไว้กับผู้ใดนอกจากในพระเจ้า บรรดาสมาชิกของสมัชชาประกาศว่า “พวกเราเชื่อ และรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า” (ยน.6:69) เมื่อต้องเผชิญกับคำถามที่เจ็บปวดมากมาย อันสืบเนื่องมาจากความทุกข์ทรมาน ความรุนแรง การถูกข่มเหงรังแก และความยากจน ซึ่งประชาชนส่วนมากต้องเผชิญอยู่ พวกท่านอธิษฐานภาวนาว่า “ข้าพเจ้าเชื่อ โปรดช่วยความเชื่ออันเล็กน้อยของข้าพเจ้าด้วยเถิด!” (มก.9:24)

ใน ปี ค.ศ.1995 ข้าพเจ้าได้เชิญชวนให้พระสังฆราชแห่งเอเซีย ซึ่งประชุมกันที่มะนิลาให้ “เปิดประตูของเอเซียให้กว้าง เพื่อต้อนรับพระ- คริสตเจ้า” สมาชิกของสมัชชาได้รับแล้ว จากมรณสักขีแห่งความเชื่อในเอเซียจำนวนนับไม่ถ้วน หลายท่านยังไม่ได้รับการยกย่อง และมั่นใจว่าพระจิตเจ้าสถิตอยู่กับพวกท่าน พวกท่านจึงเรียกร้องบรรดาสานุศิษย์ของพระคริสตเจ้าในเอเซียให้อุทิศตนแด่ พันธกิจให้มากขึ้น ในการประชุมสมัชชาฯ บรรดาพระสังฆราชและผู้ร่วมประชุมต่างก็เป็นสักขีพยานถึงคุณสมบัติความร้อนรน ฝ่ายจิตวิญญาณ ซึ่งคงจะช่วยให้เอเซียเป็นดินแดนแห่งการเก็บเกี่ยวที่มั่งคั่งในสหัสวรรษที่ จะมาถึงนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: