ปรัชญา และ ศาสนา

Philosophy and Theology (www.saengtham.tk)

เป็นสักขีพยานให้แก่พระวรสาร

Posted by JinSon on May 16, 2009

เป็นสักขีพยานให้แก่พระวรสาร

พระศาสนจักรที่เป็นสักขีพยาน

สภาพระสัง คายนาวาติกันที่ 2 สอนอย่างชัดเจนว่า พระศาสนจักรทั้งหมดล้วนเป็นธรรมทูต และการแพร่ธรรมนั้น เป็นภารกิจของประชากรของพระเป็นเจ้าทั้งหมด ในเมื่อประชากรของพระเป็นเจ้าได้ถูกส่งให้ไปประกาศพระวรสาร จึงมิใช่ภารกิจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือภารกิจที่กระทำเพียงคนเดียว แต่ต้องเป็นงานของพระศาสนจักร ซึ่งจะต้องกระทำร่วมกับกลุ่มผู้มีความเชื่อทั้งหมด พันธกิจนั้นเป็นหนึ่งเดียวและจะแบ่งแยกกันไม่ได้ มีต้นกำเนิดและจุดหมายปลายทางหนึ่งเดียวกัน แต่มีความรับผิดชอบและภารกิจที่แตกต่างกันในทุกกรณีจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า จะประกาศพระวรสารอย่างแท้จริงไม่ได้หากคริสตชนมิได้ดำเนินชีวิตเป็นประจักษ์ พยานที่สอดคล้องกับสิ่งที่เขาเทศน์ “รูปแบบแรกของการเป็นสักขีพยานก็คือชีวิตของธรรมทูต ของครอบครัวคริสตชนและกลุ่มพระศาสนจักรนั่นเอง ซึ่งเผยถึงวิธีการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ทุกๆ คนในพระศาสนจักรที่พยายามเลียนแบบพระอาจารย์เจ้า สามารถและจำเป็นต้องเป็นประจักษ์พยานแบบนี้ในหลายกรณี นับเป็นวิธีเดียวที่เราอาจเป็นธรรมทูตได้ การเป็นสักขีพยานแบบคริสตชนอย่างแท้จริงเป็นความต้องการที่เร่งด่วน โดยเฉพาะในปัจจุบัน เหตุว่า “ประชาชนในปัจจุบันเชื่อมั่นในการเป็นประจักษ์พยานมากกว่าผู้สอน ในประสบการณ์มากกว่าการสอน และในชีวิตมากกว่าในทฤษฎี” ซึ่งนับว่าเป็นจริงในบริบทของเอเซีย ประชาชนได้รับความประทับใจในชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์มากกว่าการใช้เหตุผลในด้าน สติปัญญา ประสบการณ์แห่งความเชื่อและพระพรของพระจิตเจ้า จึงกลายเป็นฐานของงานแพร่ธรรมทั้งหลาย ทั้งในเมืองและในชนบท ในโรงเรียนและในโรงพยาบาล ในท่ามกลางคนพิการผู้ย้ายถิ่นฐานและชนเผ่าต่างๆ หรือในการแสวงหาความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ทุกสถานการณ์คือโอกาสให้คริสตชนสำแดงออกถึงพลังซึ่งความจริงของพระเยซูเจ้า เข้ามามีบทบาทในชีวิตของพวกเขา ดังนั้นอาศัยการดลใจจากธรรมทูตจำนวนมากมาย ผู้เป็นสักขีพยานที่กล้าหาญถึงความรักของพระเป็นเจ้าในท่ามกลางประชาชนชาวเอ เซียในอดีต พระศาสนจักรในเอเซียจึงพยายามที่จะเป็นสักขีพยานที่ไม่ด้อยไปกว่ากัน ให้แด่พระเยซูคริสตเจ้าและพระวรสารของพระองค์ พันธกิจคริสตชนย่อมไม่เรียกร้องสิ่งใดที่น้อยไปกว่านี้เลย

ด้วย ความสำนึกถึงเอกลักษณ์อันสำคัญของพระศาสนจักรในการเป็นผู้แพร่ธรรมนี้ และการเสาะหาหนทางใหม่แห่งการหลั่งพระพรของพระจิตเจ้า ในขณะที่พระศาสนจักรก้าวสู่สหัสวรรษใหม่ บรรดาพระ-สังฆราชผู้ร่วมประชุม ขอร้องให้สมณสาสน์หลังการประชุมสมัชชา ได้ชี้แนะและให้แนวทาง สำหรับผู้ที่กำลังกระทำการแพร่พระวรสารอยู่ในเอเซีย ซึ่งมีเนื้อที่อันกว้างไกล

นายชุมพาบาล

พระ จิตเจ้าคือพระผู้ทรงบันดาลให้พระศาสนจักรประกอบพันธกิจซึ่งพระคริสตเ จ้าทรงมอบให้ ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะทรงส่งสานุศิษย์ของพระองค์ออกไปเป็นสักขีพยานนั้น พระองค์ทรงมอบพระจิตเจ้าให้แก่พวกเขา (ดู ยน.20:22) พระจิตผู้ทรงประกอบพันธกิจของพระองค์โดยผ่านทางบรรดาสานุศิษย์ และทรงบันดาลให้จิตใจของผู้ที่ได้ยินพว กเขาได้รับความร้อนรน (ดู กจ.2:37) พระองค์ก็ทรงกระทำเช่นเดียวกันกับผู้ที่พระองค์ทรงส่งออกไปในปัจจุบันใน ระดับหนึ่ง บรรดาผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปทั้งหมดได้รับการมอบหมายให้ดำเนินพันธกิจแห่ง ความรอดของพระคริสตเจ้าต่อไป อาศัยพระหรรษทานจาก ศีลล้างบาปและพวกเขาสามารถทำหน้าที่นี้ได้ ก็เพราะความรัก ซึ่งพระเป็นเจ้าได้ทรงหลั่งลงในจิตใจของพวกเขา อาศัยพระจิตเจ้าซึ่งได้ทรงประทานให้แก่พวกเขา (รม.5:5) แต่ในอีกระดับหนึ่ง พันธกิจร่วมกันนี้จะสำเร็จได้ก็ด้วยหน้าที่และพระพรพิเศษในพระศา สนจักร พระคริสตเจ้าทรงมอบหมายความรับผิดชอบหลักแห่งพันธกิจของพระศาสนจักรให้กับ อัครสาวกและผู้สืบตำแหน่งของพวกท่าน อาศัยการบวชเป็นพระสังฆราชและความเป็นหนึ่งเดียวกันในฐานันดรกับผู้นำของ บรรดาพระสังฆราช   พระสังฆราชได้รับบั ญชาและอำนาจในการสั่งสอน การปกครอง และบันดาลให้ประชากรของพระเป็นเจ้าศักดิ์สิทธิ์ เดชะพระประสงค์ของพระคริสเจ้าพระองค์เอง และภายในองค์กรรวมของบรรดาพระสังฆราชนี้เอง ที่ผู้สืบตำแหน่งของเปโตร ผู้เป็นศิลาอันเป็นพื้นฐานการตั้งพระศาสน จักร (ดู มธ.16:18) กระทำหน้าที่เฉาะเจาะจงแห่งความเป็นเอกภาพ ดังนั้นพระสังฆราชจึงต้องประกอบหน้าที่ของท่านร่วมกับผู้สืบตำแหน่งของเปโตร ผู้เป็นหลักประกันในความจริงของสิ่งที่บรรดาพระสังฆราชสอน และความเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างครบบริบูรณ์ใน พระศาสนจักร

เมื่อ รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์นั้น อาศัยการร่วมมือกับพระสังฆราชในหน้าที่การป ระกาศพระวรสาร บรรดาพระสงฆ์ได้รับเรียกให้เป็นนายชุมพาบาลผู้ดูแลฝูงแกะ ให้เป็นผู้ประกาศข่าวดีแห่งความรอด และผู้โปรดศีลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อรับใช้พระศาสนจักรดังที่พระคริสตเจ้าทรงปรารถนา บรรดาพระสังฆราชและพระสงฆ์ต่างต้องการการอบรมที่หนั กแน่นและต่อเนื่อง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ได้รับการฟื้นฟูทางด้านความรู้เกี่ยวกับมนุษย์ ชีวิตจิต และงานอภิบาล ตลอดจนการอบรมด้านเทววิทยา ด้านชีวิตจิต และความรู้เกี่ยวกับมนุษย์ ประชาชนชาวเอเซียควรมองเห็นบรรดาพระสงฆ์ มิใช่เพียงเป็นผู้กระทำงานสัง คมสงเคราะห์ หรือเป็นเพียงผู้บริหารสถาบันเท่านั้น แต่ในฐานะเป็นผู้มีจิตใจที่ให้ความสนใจกับเรื่องที่ลึกซึ้งของพระจิตเจ้า (ดู รม.8:5) ความเคารพที่ชาวเอเซียมีต่อบรรดา ผู้ที่มีอำนาจควรจะควบคู่ไปกับความเที่ยงตรงในทางธรรมที่ชัดเจนของผู้มี หน้าที่การอภิบาลในพระศาสนจักร อาศัยชีวิตการภาวนา การรับใช้ด้วยความกระตือรือร้น และการประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี บรรดาพระสงฆ์สามารถเป็นประจักษ์พยานที่มีอิทธิพลมา กให้แก่พระวรสาร ในชุมชนที่ท่านเป็นนายชุมพาในพระนามของพระคริสตเจ้า ข้าพเจ้าอธิษฐานภาวนาด้วยใจร้อนรนของให้บรรดาผู้รับใช้ที่ได้รับศีลบวชของ พระศาสนจักรต่างๆ ในเอซีย จงเจริญชีวิตและประกอบภาระหน้าที่ด้วยจิตตารมณ์แห่งความเป็นหนึ่งเดีย วกันและการร่วมมือกับพระสังฆราชและบรรดาสัตบุรุษในการเป็นสักขีพยานถึงความ รักซึ่งพระเยซูเจ้าทรงประกาศว่า เป็นเครื่องหมายอันแท้จริงของบรรดาศิษย์ของพระองค์ (ดู ยน.13:35)

ข้าพเจ้า ขอเน้นถึงความห่วงใยของที่ประชุมสมัชชาในการเตรียมผู้ที่จะดูแลแล ะสั่งสอนในบ้านเณรและบรรดาอาจารย์ผู้สอนเทววิทยา หลังจากที่ได้รับการฝึกฝนอย่างครบถ้วนในวิทยาศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว พวกเขาควรได้รับการอบรมที่เน้นถึงชีวิตจิตของพระสงฆ์โดยเฉพาะเจาะจง ตลอดจนศิลปะแห่งการเป็นผู้แนะนำฝ่ายจิตวิญญ าณ และแง่มุมต่างๆ ของภาระกิจที่ยากและอ่อนไหว ซึ่งกำลังรอเขาอยู่ในการให้การศึกษาแก่พระสงฆ์ในอนาคต นี่คือภาระหน้าที่ซึ่งไม่ด้อยไปกว่ากิจการอื่น ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพและความมีชีวิตชีวาของพระศาสนจักรเอง

ชีวิตนักบวชและคณะธรรมทูต

ใน สมณสาสน์หลังการประชุมสมัชชาเรื่อง “ชีวิตที่อุทิศถวาย” ข้าพเจ้าไ ด้เน้นถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างชีวิตนักบวชและพันธกิจ ภายใต้สามหัวข้อ กล่าวคือ การประกาศพระตรีเอกภาพ เครื่องหมายแห่งการเป็นพี่น้องกัน และ การรับใช้ในความรัก ชีวิตนักบวชแสดงออกซึ่งความรักของพร ะเป็นเจ้าในโลก ด้วยการเป็นประจักษ์พยาน เจาะจงถึงพันธกิจแห่งความรอด ซึ่งพระเยซูเจ้าทรงกระทำให้สำเร็จไป ด้วยการทรงอุทิศถวายพระองค์เองแด่พระบิดาเจ้าโดยสิ้นเชิง ด้วยความสำนึกในความจริงที่ว่า กิจการทั้งหลายในพระศาสนจักรได้รับการสนับสนุนจาก การภาวนาและความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเป็นเจ้า พระศาสนจักรในเอเซีย จึงมองอารามนักบวชที่อุทิศตนในการรำพึงภาวนา ด้วยความเคารพอย่างสูงและด้วยความขอบคุณ ในฐานะที่เป็นแหล่งพลังและเป็นกา รดลใจตามแนวเสนอของบรรดาพระสังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชา ข้าพเจ้าขอสนับสนุนให้ตั้งอารามของผู้อุทิศตนในการรำพึงภาวนาในทุกแห่งเท่า ที่จะทำได้ ที่สภาพระสังคายนาวาติกันที่สองได้เตือนเราไว้ว่า ด้วยวิธีดังกล่าวนี้ การสร้างบ้านเมืองในโลกจะสามา รถมีฐานในองค์พระเจ้า และมุ่งไปยังพระองค์ มิฉะนั้นผู้ที่ทำงาน ก็จะทำไปโดยเปล่าประโยชน์

การ แสวงหาพระเป็นเจ้า ชีวิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันฉันพี่น้อง และการให้บ ริการผู้อื่น ทั้งสามนี้เป็นคุณลักษณะพิเศษของชีวิตนักบวช ซึ่งสามารถเป็นสักขีพยานแบบคริสตชนให้แก่ประชาชนชาวเอเซียได้ในปัจจุบัน การประชุมพิเศษเพื่อเอเซียขอร้องให้บรรดานักบวช เป็นสักขีพยานให้แก่พระกระแสเรียกสากลสู่ความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นตั วอย่างอันน่าประทับใจให้แก่คริสตชน และผู้ที่มิใช่คริสตชน ถึงความรักที่อุทิศตนเองให้แก่ทุกคน โดยเฉพาะบรรดาพี่น้องที่ต่ำต้อยที่สุดในโลก ความรู้สึกว่าพระเป็นเจ้าทรงประทับอยู่กับเราค่อยๆ ลดน้อยถอยลง ผู้ที่ถวายตนอุทิศแด่พระเป็นเจ้า ควรเป็นสักขีพย านที่น่าเชื่อถือว่าพระเป็นเจ้าทรงมีความสำคัญเป็นลำดับแรกในโลก และเป็นสักขีพยานให้แก่ชีวิตนิรันดร การเจริญชีวิตในหมู่คณะของพวกเขา ย่อมเป็นประจักษ์พยาน ถึงคุณค่าแห่งการเป็นพี่น้องเยี่ยงคริสตชน และอานุภาพแห่งการเปลี่ยนแปลงของข่าวดี บรร ดาผู้ที่อุทิศตนในชีวิตนักบวชได้รับเรียกให้เป็นผู้นำในการแสวงหาพระเป็น เจ้า การแสวงหาซึ่งก่อให้เกิดความกระตือรือร้นในจิตใจมนุษย์ ซึ่งมีให้เห็นได้ในชีวิตจิตในรูปแบบต่างๆ ในเอเซีย ในศาสนาต่างๆ ของเอเซีย เราจะเห็นว่าบรรดาชายหญิงที่อุทิศตนในกา รรำพึงภาวนาและชีวิตฝ่ายจิตนั้น มีผู้คนให้ความนับถือมาก และการเป็นสักขีพยานของนักบวชเหล่านี้มีอำนาจจูงใจเป็นพิเศษ ชีวิตในหมู่คณะของพวกเขาเป็นสักขีพยานอย่างสันติ และในความเงียบพวกเขาสามารถดลใจให้ประชาชนร่วมมือกันในการสร้างสรร แ ละการอยู่กันอย่างสันติให้มีมากขึ้น นักบวชชายหญิงในคริสตศาสนาก็ไม่ควรน้อยหน้าเขา ชีวิตซึ่งเป็นแบบฉบับอย่างเงียบๆ ของความยากจนและการพลีกรรม ความบริสุทธิ์และความจริงใจ ตลอดจนการสละตนเองในความนบนอบ ทั้งหมดนี้สามารถเป็นสักขีพยา นที่เด่นชัด สามารถเข้าถึงหัวใจของบรรดาผู้มีน้ำใจดี และนำไปสู่การเสวนาอย่างมีประสิทธิผลกับวัฒนธรรมรอบด้าน กับศาสนาต่างๆ และกับผู้ยากจนและผู้ที่ไม่มีผู้ใดปกป้อง จึงทำให้ชีวิตนักบวชเป็นหนทางที่พิเศษจริงๆ ในการประกาศพระวรสารอย่างมีประสิทธิผล

บรรดา พระสังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชา ยอมรับบทบาทอันสำคัญยิ่งของนักบว ชคณะต่างๆ บรรดาคณะผู้แพร่ธรรม และคณะผู้อุทิศชีวิตเพื่อการแพร่ธรรม ในการประกาศพระวรสารในเอเซียในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา ที่ประชุมสมัชชาแสดงความกตัญญูของพระศาสนจักรแก่ท่านเหล่านี้ ที่ได้มีส่วนอย่างดีเลิศ และขออย่าให้พวกเขาไหว หวั่นในการอุทิศตนในการแพร่ธรรม ข้าพเจ้าขอรวมเสียงกับบรรดาพระสังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชา ในการเรียกร้องให้นักบวชฟื้นฟูความกระตือรือร้นของพวกเขา ในการประกาศความจริงอันนำมาซึ่งความรอดของพระ- คริสตเจ้า ทุกคนควรได้รับการอบรมฝึ กฝนที่เหมาะสม ซึ่งควรมีจุดศูนย์กลางอยู่ในองค์พระคริสตเจ้า และซื่อสัตย์ต่อพระพรพิเศษของแต่ละคณะ โดยเน้นถึงความศักดิ์สิทธิ์และสักขีพยานของแต่ละคน ชีวิตจิตและการดำเนินชีวิตของพวกเขา ควรสำนึกถึงมรดกทางด้านศาสนาของประชาชนที่เขาร่วมเ จริญชีวิตอยู่ด้วย และผู้ที่เขาปรนนิบัติรับใช้ แต่ก็ขอให้พวกเขามีความเคารพต่อพรพิเศษของคณะ ในขณะเดียวกันเขาก็ควรเข้าไปมีส่วนอย่างใกล้ชิด กับแผนงานอภิบาลของสังฆมณพลที่พวกเขาทำงานอยู่ ส่วนพระศาสนจักรท้องถิ่น ก็จำต้องเข้าใจถึงอุดมคติข องบรรดานักบวช และผู้อุทิศตนถวายแด่พระเป็นเจ้า และส่งเสริมกระแสเรียกในด้านนี้ ซึ่งแต่ละสังฆมณฑลจำเป็นต้องมีแผนอภิบาลกระแสเรียก  รวมถึงการแต่งตั้งพระสงฆ์และนักบวชให้ทำงานเต็มเวลากับเยาวชน เพื่อช่วยให้พวกเขาได้ยินได้ฟังและพิจาร ณาพระกระแสเรียกจากพระเป็นเจ้า

ใน บริบทแห่งความเป็นเอกภาพของพระศาสนจักรสากล ข้าพเจ้าจำต้องขอร้อง พระศาสนจักรในเอเซียให้ส่งธรรมทูตออกไป แม้พระ-ศาสนจักรในเอเซียยังต้องการผู้ทำงานในสวนองุ่นอยู่ก็ตาม ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีที่ในหลายประเทศในเอเซีย ได้มีการตั้งคณะผู้ใช้ชีวิตในการแพร่ธรรมขึ้น ด้วยความสำนึกถึงคุณสมบัติแห่งการเป็นธรรมทูตของ พระศาสนจักร และการสำนึกถึงความรับผิดชอบของพระศาสนจักรท้องถิ่นในเอเซีย ในการประกาศพระวรสารให้แก่โลก บรรดาพระสังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชาเสนอให้ “พระศาสนจักรท้องถิ่นแต่ละแห่ง ตั้งคณะธรรมทูตเพื่อแพร่ธรรม ในที่ที่ยังมิได้ตั้ง ซึ่งมีคุณ ลักษณะพิเศษ  กล่าวคือการส่งธรรมทูตออกไปสู่นานาชาติ ออกไปภายนอกและออกไปสู่ชีวิต การริเริ่มดังนี้ย่อมบังเกิดผลมากมาย ไม่เพียงในพระศาสนจักรที่ได้รับธรรมทูตเท่านั้น แต่ในพระศาสนจักรซึ่งเป็นผู้ส่งด้วย

ฆราวาส

ตาม ที่สภาพระสังคายนาวาติกันที่สองได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า กระแสเรียกขอ งฆราวาส ตั้งอยู่บนบทบาทอย่างมั่นคงในโลก เพื่อให้พวกเขาทำงานอันหลากหลาย ในที่เหล่านี้แหละที่เขาได้รับกระแสเรียกให้เผยแพร่พระวรสารของพระเยซูคริสต เจ้า อาศัยพระหรรษทานและกระแสเรียกแห่งศีลล้างบาปและศีลกำลัง  ฆราวาสทุกคนนับว่าเป็น ธรรมทูต อาณาเขตการแพร่ธรรมของพวกเขานั้น ก็คือโลกอันหลากหลายและกว้างไกลของการเมือง เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การศึกษา สื่อมวลชน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปะและการกีฬา ในหลายประเทศในเอเซีย บรรดาฆราวาสทำหน้าที่ของผู้แพร่ธรรมอ ย่างแท้จริงอยู่แล้ว โดยเข้าไปหาเพื่อนชาวเอเซียด้วยกัน ซึ่งอาจจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับพระสงฆ์หรือนักบวช ข้าพเจ้าขอกล่าวขอบคุณพวกเขาในนามของพระศาสนจักรโดยส่วนรวม และข้าพเจ้าขอสนับสนุนให้ฆราวาสทุกคน สวมบทบาทอันเหมาะสมแห่งชีวิ ตและพันธกิจของประชากรพระเป็นเจ้า ในฐานะเป็นสักขีพยานให้แก่พระคริสตเจ้า ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน

เป็น หน้าที่ของบรรดานายชุมพา ที่จะต้องอบรมฆราวาสให้เป็นผู้แพร่ธรรม ที่สา มารถเผชิญกับปัญหาท้าทายของโลกปัจจุบัน มิใช่เพียงด้วยความฉลาดและความคล่องแคล่วในทางโลกเท่านั้น แต่ด้วยจิตใจที่ได้รับการฟื้นฟูและเปี่ยมด้วยพลัง อาศัยความจริงของพระคริสตเจ้า ในการเป็นสักขีพยานให้แก่พระวรสารในทุกด้านของชีวิตในสังค ม สัตบุรุษฆราวาส สามารถมีบทบาทที่โดดเด่น ในการถอนรากถอนโคนความอยุติธรรมและการถูกกดขี่ และเขาต้องได้รับการอบรมอย่างเพียงพอในเรื่องเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้เอง ข้าพเจ้าจึงขอร่วมเสียงกับบรรดาพระสังฆราชที่ร่วมประชุมสมัชชา ในการเสนอให้ มีการจัดตั้งศูนย์อบรมฆราวาส ในสังฆมณฑลหรือในระดับชาติ เพื่อเตรียมฆราวาสสำหรับงานแพร่ธรรม ในฐานะเป็นสักขีพยานให้แก่พระคริตสเจ้าของเอเซียในยุคปัจจุบัน

พระ สังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชา ต่างปรารถนาให้พระศาสนจักรเป็นพระศาสน จักรแห่งการร่วมมือซึ่งกันและกัน โดยไม่มีใครถูกทอดทิ้ง และท่านได้ตัดสินแล้วว่า การร่วมมือของสตรีให้มากขึ้นในชีวิตและพันธกิจของพระศาสนจักรในเอเซีย นับว่าเป็นความต้องการที่เร่งด่วน “สตรีมีความสามารถพิเศษในอันที่จะถ่ายทอดความเชื่อ จนกระ ทั่งพระเยซูเจ้าพระองค์เอง ทรงขอร้องให้ช่วยพระองค์ในการประกาศพระวรสาร นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับสตรีชาวสะมาเรีย ที่พระเยซูเจ้าทรงพบที่บ่อน้ำของยากอบ พระองค์ทรงเ ลือกนางในการเผยแพร่ความเชื่อใหม่ ในดินแดนที่มิใช่ชาวยิว เพื่อส่งเสริมให้สตรีมีบทบาทของการบริการในพระศาสนจักร ดังนั้น จึงควรเปิดโอกาสให้สตรีได้ศึกษาเทววิท ยา และวิชาอื่นๆ และผู้ที่อยู่ในบ้านเณร และสถานที่อบรมต่างๆ ของนักบวช ควรได้รับการอบรมให้เห็นว่า สตรีเป็นผู้ร่วมงานของเขาในการแพร่ธรรม สตรีควรมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิผล ในแผนการอภิบาลในสังฆมณฑล และในสภาอภิบาลวัด และสภาอภิ บาลระดับสังฆมณฑล ความสามารถและบริการของสตรีควรได้รับการยกย่องอย่างเต็มที่ ในด้านการดูแลสุขภาพอนามัย ในการศึกษา ในการเตรียมสัตบุรุษให้รับศีลศักดิ์สิทธิ์ ในการเสริมสร้างชุมชนและในการเสริมสร้างสันติ พระสังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชาไ ด้ให้ข้อสังเกตว่า การที่สตรีมีบทบาทในพันธกิจแห่งความรักและการรับใช้ของพระศาสนจักรนั้น นับว่าจะมีบทบาทมาก ในการนำพระเยซูผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ผู้ทรงบำบัดรักษาและผู้ทรงบันดาลให้การคืนดี ไปสู่ประชาชนชาวเอเซีย โดยเฉพาะผู้ยากจนแล ะผู้ตกขอบของสังคม

ครอบครัว

ครอบ ครัวเป็นสถานที่ปรกติ ที่เยาวชนเติบโตเป็นผู้มีความรับผิดชอบ โดยเฉพ าะตัวและต่อสังคม ทั้งยังเป็นที่รับมรดกของมนุษยชาติอีกด้วย เหตุว่าอาศัยครอบครัว ชีวิตได้รับการสืบทอดมาเป็นเวลาหลายชั่วอายุคน ครอบครัวมีบทบาทที่สำคัญมากในวัฒนธรรมของเอเซีย และพระสังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชาได้ให้ข้อสังเกตว่า คุณค่าของค รอบครัว เช่นความเคารพนบนอบเยี่ยงบุตร ความรักและการดูแลผู้อาวุโสและคนป่วย ความรักลูกและความสมานฉันท์ ได้รับการยกย่องอย่างสูงส่งในวัฒนธรรม และศาสนาต่างๆ ของเอเซีย

จาก มุมองของคริสตศาสนา ครอบครัวก็คือ “พระศาสนจักรระดับบ้าน” ครอ บครัวคริสตชน ดังเช่นพระศาสนจักรโดยส่วนรวม ควรเป็นสถานที่ ซึ่งความจริงแห่งพระวรสารคือกฎแห่งชีวิต และเป็นพระพรซึ่งสมาชิกภายในครอบครัว นำไปมอบให้แก่ชุมชนโดยส่วนรวม ครอบครัวมิใช่เป็นเพียงหน่วยที่พร ะศาสนจักรให้การอภิบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือการแพร่ธรรมอันมีประสิทธิภาพที่สุดของพระศาสนจักร ครอบครัวคริสตชนได้รับเชิญให้เป็นสักขีพยานให้แก่พระวรสารในช่วงเวลาและ สถานการณ์ที่ยากลำบาก ในเมื่อคร อบครัวเองกำลังถูกพลังต่างๆ มากมายคุกคาม การเป็นตัวแทนของการแพร่ธรรมในช่วงเวลานี้ ครอบครัวคริสตชนจะต้องเป็น “พระศาสนจักรระดับบ้าน” อย่างแท้จริง ด้วยการดำเนินชีวตตามกระแสเรียกการเป็นคริสตชนอย่างถ่อมตนและเปี่ยมด้วยความ รัก

พระ สังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชาได้ให้ข้อสังเกตว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ครอบครัวจ ะต้องมีบทบาทในชีวิตระดับวัด มีส่วนในการรับศีลศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะศีลมหาสนิทและศีลอภัยบาป และมีส่วนเกี่ยวข้องกับในการบริการผู้อื่น บิดามารดาควรพยายามใช้เวลา ที่ครอบครับมาอยู่ร่วมกันเป็นโอกาสที่จะภาวนา อ่านและรำพึงพระคัมภีร์ การทำพิธีที่เหมาะสม ซึ่งบิดามารดาเป็นผู้นำ และควรมีการหย่อนใจที่ถูกต้อง ดังนี้ ครอบครัวคริสตชนก็จะเป็นแหล่งแพร่ธรรม ซึ่งสมาชิกแต่ละคนสามารถสัมผัสกับความรักของพระเป็ นเจ้า และแบ่งปันให้แก่ผู้อื่น พระสังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชา ยอมรับด้วยว่า เด็กๆ ก็มีส่วนในการแพร่ธรรมทั้งในครอบครัว และในหมู่คณะโดยส่วนรวม ด้วยความเชื่อมั่นว่า “อนาคตของโลกและของพระศาสนจักรจะต้องมาจากครอบครัว” ข้าพเจ้าจึงใคร่เสนอ อีกครั้งหนึ่ง ขอให้มีการศึกษาและนำไปปฏิบัติ ซึ่งสิ่งที่ข้าพเจ้าได้เขียนไว้เกี่ยวกับครอบครัว ในสมณสาสน์ Familiaris Consortio หลังจากการประชุมสมัชชาพระสังฆราช เมื่อปี ค.ศ. 1980

เยาวชน

พระ สังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชาให้ความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับหัวข้อเรื่องเย าวชนในพระศาสนจักร ปัญหาหลากหลายและสับสนซึ่งเยาวชนเอเซียกำลังเผชิญในโลกที่ เปลี่ยนแปลงของเอเซีย เป็นเหตุให้พระศาสนจักรเตือนเยาวชน ถึงความรับผิดชอบของพวกเขาต่ออนาคตของสังคมและพระศาสนจักรและพยายามให้กำลัง ใจและสนับส นุนพวก เขาทุกฝีก้าว เพื่อให้แน่ใจว่า พวกเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบพระศาสนจักรมอบความจริง แห่งพระวรสารแก่พวกเขาว่า เป็นรหัสธรรมที่น่าชื่นชมและช่วยปลดปล่อย ซึ่งเขาต้องรู้จักนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตและไปแบ่งปันด้วยความเชื่อมั่นและ อย่างกล้าหาญ

หาก เยาวชนเป็นผู้แทนในการกระทำพันธกิจที่มีประสิทธิภาพพระศาสนจักรจำเ ป็นต้องให้ความดูแลแก่พวกเขาในด้านการอภิบาลอย่างเหมาะสม  ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับพระสังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชาจึงขอเสนอว่าหากเป็นไปได้ ขอให้ทุกสังฆมณฑลในเอเซีย ได้แต่งตั้งผู้ดูแลเยาวชน   หรือผู้ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการอบรมฝ่ายจิตและ การอภิบาลเยาวชน โรงเรียนคาทอลิกและวัดต่าง ๆ มีบทบาทที่สำคัญในการจัดการฝึกอบรมอย่างครบวงจรให้แก่เยาวชน โดยหาวิธีนำเขาไปสู่หนทางของผู้เป็นศิษย์ที่แท้จริง และพัฒนาคุณสมบัติมนุษย์ที่เหมาะสมกับพันธกิจ การอภิบาลเยาวชนอย่างเป็นระบบ ต ลอดจนกลุ่ม เยาวชน สามารถช่วยให้พวกเขาได้สัมผัสกับมิตรภาพแบบคริสตชน ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับเยาวชนวัด สมาคม และขบวนการต่างๆ สามารถช่วยให้เยาวชนเผชิญกับความ กดดันของสังคมได้ดียิ่งขึ้น โดยไม่เพียงมอบการเติบโตในชีวิต คริสต ชนให้แก่พวกเขา เท่านั้น แต่ยังช่วยแนะนำพวกเขาในด้านอาชีพ การฝึกวิชาชีพและการให้คำแนะนำ

การอบรม เยาวชนในเอเซียควรตระหนักด้วยว่า พวกเขามิใช่เป็นเพียงผู้ที่พระศ าสนจักรให้การอภิบาลดูแลเท่านั้น แต่พวกเขายังเป็น “ผู้แทนและผู้ร่วมในพันธกิจหลากหลายแห่งความรักและการบริการของพระศาสนจักร ในวัดและในสังฆมณฑลเยาวชนชายหญิงควรได้รับเชิญให้มีส่วนในการจัดกิจกรรม ต่างๆ ที่เกี่ยวกับพวกเขาความมีชี วิตชีวา และความกระตือรือร้นของพวกเขาจิตตารมณ์ความเป็นหนึ่งเดียวและความหวังของพวก เขา สามารถช่วยให้พวกเขาเป็นผู้เสริมสร้างสันติภาพในโลกที่แตกแยก ในเรื่องนี้ นับว่า เป็นที่น่าชื่นชมยินดี ที่เยาวชนมีส่วนในการแลกเปลี่ยนระหว่างพระศาสนจัก รท้องถิ่นและประเทศต่างๆ ในเอเซีย และที่อื่น อันเป็นการการก่อให้เกิดการเสวนาระหว่างศาสนาและวัฒนธรรมต่างๆ มากขึ้น

สื่อมวลชน

ใน ยุคโลกาภิวัฒน์ “สื่อสารมวลชนมีความสลักสำคัญมาก จนกลายเป็นหนทางส ำคัญของการรับรู้และการศึกษา ของการแนะนำและการจูงใจในความประพฤติในฐานะที่เป็นบุคคลคนหนึ่งในครอบครัว และในสังคมโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเยาวชนที่กำลังเติบโตขึ้นในโลก ที่สื่อมวลชนตีกรอบให้ โลกกำลังเห็นวัฒนธรรมใหม่เกิดขึ้น ซึ่ง “เกิดขึ้นมิใช่จากสิ่งที่แสดงออกมาเท่านั้น แต่จากความจริงที่ว่า ในปัจจุบัน มีวิธีใหม่ๆ ในการสื่อสาร โดยการใช้ภาษาใหม่ เทคนิคใหม่และจิตวิทยาใหม่” บทบาทอันโดดเด่นของสื่อมวลชนในการกำหนดรูปแบบของโลก ทั้งวัฒนธรรมและแนวความคิด ได้น ำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และมีผลกว้างไกลในสังคมต่างๆ ของเอเซีย

พันธ กิจการแพร่ธรรมของพระศาสนจักร ก็ได้รบผลกระทบอยากลึกซึ้งจากสื่อม วลชน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อสื่อมวลชนมีอิทธิพลมากขึ้น แม้ในพื้นที่ที่ห่างไกลในเอเซีย สื่อมวลชนจึงสามารถช่วยในการประกาศ พระวรสารทั่วทุกมุมในทวีปได้ แต่ “การใช้สื่อมวลชนเพื่อเผยแพร่คำสอนคริสตศาสนา และคำสอนอันถูกต้องของพระศาส นจักรเท่านั้นยังไม่เพียงพอ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้คำสอนนี้ แทรกซึมเข้าไปใน “วัฒนธรรมใหม่” ซึ่งสื่อมวลชนในปัจจุบันได้สร้างขึ้น” ดังนั้น พระศาสนจักรจำต้องเสาะแสวงหาหนทางที่จะทำให้สื่อมวลชน เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนและกิจกรรมด้านงานอภิ บาล เพื่อว่าการใช้สื่อมวลชนอย่างมีประสิทธิภาพนี้ พลังแห่งพระวรสารจะได้แผ่ขยายออกไปกว้างไกลขึ้น ไปสู่บุคคลและชนชาติต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้วัฒนธรรมเอเซีย เปี่ยมไปด้วยคุณค่าแห่งพระอาณาจักร

ข้าพเจ้า สะท้อนการชมเชยของพระสังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชาเกี่ยวกับสถานี วิทยุ เวรีตัส เอเซีย ซึ่งเป็นสถานีวิทยุ ที่ครอบคลุมไปทั้งทวีปแห่งเดียวของพระศาสนจักรในเอเซีย ซึ่งได้ใช้เวลาเกือบสามสิบปีในการประกาศพระวรสารโดยการออกอากาศ ควรจะต้องมีความพยายามในอันที่ช่วยให้เครื่องมือแห่งพันธกิจอันดีเลิศนี้ เข้มแข็งมากยิ่ งขึ้น ด้วยการจัดรายการภาษาต่างๆ ที่เหมาะสม จัดบุคลากรและความช่วยเหลือในด้านทุนทรัพย์ จากสภาพระสังฆราชและสังฆมณฑลต่างๆ ในเอเซีย นอกจากนั้นวิทยุ การพิมพ์คาทอลิก และแหล่งข่าวต่างๆ ยังสามารถช่วยในการกระจายข่าว และให้ด้านการศึก ษาเกี่ยวกับศาสนา และการอบรมไปทั่วทวีป ในที่ที่คริสตชนเป็นชนกลุ่มน้อย สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาและหล่อเลี้ยงความรู้สึก และความเป็นตัวของตัวเอง และเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมของคาทอลิก

ข้าพเจ้า ขอนำเอาข้อเสนอแนะของพระสังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชา เกี่ยวกับก ารแพร่ธรรมอาศัยสื่อมวลชนซึ่งนับเป็น “เนินเขาสูงสมัยใหม่” มาพิจารณา โดยหวังว่าสื่อมวลชนจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาบุคคล และเผยแพร่ความจริงของพระคริสตเจ้า และคำสอนของพระศาสนจักร หากเป็นไปได้ แต่ละสังฆมณฑลควร จัดให้มีสำนักงานสื่อมวลชน ควรให้การศึกษาเกี่ยวกับสื่อมวลชน ซึ่งรวมไปถึงการพิจารณาถึงคุณค่าของสิ่งที่สื่อมวลชนป้อนเข้าไปยังสื่อต่างๆ นั้น ควรมีบทบาทมากขึ้นในการอบรมพระสงฆ์ สามเณร นักบวช ครูคำสอน ฆราวาสผู้มีความชำนาญพิเศษ นักเรียนใ นโรงเรียนคาทอลิก และกลุ่มคริสตชนตามวัดต่างๆ ในเมื่อสื่อมวลชนมีอิทธิพลกว้างไกลและมากมาย คาทอลิกควรร่วมมือกับคริสตจักรนิกายอื่น และกลุ่มคริสตชนอื่น ตลอดจนผู้นับถือศาสนาอื่น เพื่อให้แน่ใจ คุณค่าทางฝ่ายจิตใจและศีลธรรม มีบทบาทในสื่อต่ างๆ ข้าพเจ้าขอส่งเสริมและเห็นด้วยกับพระสังฆราชผู้เข้าร่วมประชุมสมัชชา ให้มีการจัดแผนอภิบาลเกี่ยวกับสื่อมวลชนในระดับชาติ และในระดับสังฆมณฑล ตามแนวทางที่ให้ไว้ สาสน์อภิบาล “ยุคใหม่” (Aetatis Novae) โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อสถา นภาพต่างๆ ในเอเซีย

บรรดามรณสักขี

แม้ แผนการอบรมและแผนปฏิบัติการแพร่ธรรม จะมีความสลักสำคัญมากเพียงใดก็ตาม แต่ในที่สุดแล้ว การเป็นมรณสักขีเท่านั้น ที่เผยให้โลกรู้ถึงแก่นแ ท้แห่งคำสอนของคริสตศาสนา คำว่า “มรณสักขี” หมายถึงการเป็นสักขีพยาน และผู้ที่สละโลหิตของตนเพื่อพระคริสตเจ้า ย่อมเป็นสักขีพยานอันสูงสุดถึงคุณค่าที่แท้จริงของพระวรสาร ในสมณ-โองการว่าด้วยปีปีติมหาการุญ ค.ศ. 2000 “รหัสธรรมแห่งการประสูติเป็นมนุษย์ ” ข้าพเจ้าได้เน้นถึงความสำคัญอันยิ่งยวด ในอันที่จะระลึกถึงบรรดามรณสักขี “จากมุมมองทางจิตวิทยา การเป็นมรณสักขีนับเป็นการพิสูจน์อย่างชัดเจนถึงความเที่ยงแท้แห่งความเชื่อ เหตุว่าความเชื่อส ามารถให้รูปร่างหน้าตาแก่ความตายที่รุนแรงที่สุด และแสดงออกซึ่งความงดงามแม้ในท่ามกลางการถูกเบียดเบียนอันน่าสยดสยอง” ในอดีตที่ผ่านมา  เอเซียได้มอบวีรชนแห่งความเชื่อเป็นจำนวนมากมายให้แก่พระศาสนจักรและแก่โลก และจากหัวใจของเอเซี ย เราจะได้ยินเพลงสรรเสริญว่า  “บรรดามรณสักขี ที่สวมอาภรณ์สีขาวจำนวนมากมายพากันสรรเสริญพระองค์”  นี่คือเสียงเพลงของบรรดาผู้ที่สิ้นชีวิตเพื่อพระคริสตเจ้าบนผืนแผ่นดินเอ เซีย ในศตวรรษแรกๆ ของพระศาสนจักร และยังเ ป็นเสียงร้องแสดงความยินดีของชายและหญิง ในยุคสมัยที่เพิ่งผ่านไป เช่น นักบุญเปาโล มิกิและเพื่อน นักบุญ ลอเรนโซ รูอิสและเพื่อน นักบุญ อันดรูว์ ดุงลัคและเพื่อน นักบุญ อันดรูว์ คิม เตกอนและเพื่อน ขอให้มรณสักขีเอเซียจำนวนมากมาย ทั้งเก่าและใหม่เห ล่านี้ อย่าได้หยุดยั้งในการสอนพระศาสนจักรในเอเซียว่า การเป็นสักขีพยานถึงองค์พระชุมพา โดยเขาได้ซักเสื้อของเขาจนขาวสดใสด้วยพระโลหิตของพระองค์นั้นมีความหมายว่า อย่างไร (ดู วว.7:14) ขอให้ท่านเป็นสักขีพยานที่น่าเกรงขามให้แก่ความจริงที่ว่า คริสตชนได้รับกระแสเรียกมิให้ประกาศสิ่งอื่นใดนอกไปจาก พระอานุภาพแห่งกางเขนของพระเจ้า และขอให้โลหิตของบรรดามรณสักขีแห่งเอเซีย เป็นเมล็ดแห่งชีวิตใหม่ ให้แก่พระศาสนจักรในทุกมุมของทวีปนี้ ทั้งในปัจจุบันและตลอดไป.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: