ปรัชญา และ ศาสนา

Philosophy and Theology (www.saengtham.tk)

ผู้นำด้านชีวิตภายใน

Posted by JinSon on May 16, 2009

ผู้นำด้านชีวิตภายใน

บรรยากาศ แห่งความเงียบ ที่ห้อมล้อมสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาพของโยเซฟ ก็ขยายไปถึงการงานช่างไม้ของท่านที่บ้านนาซาเรธด้วย. อย่างไรก็ดี ความเงียบอันนี้ไขให้เห็นแจ่มจ้าถึงเค้าโครงแห่งภาพนั้น. พระวรสารต่างๆ ต่างพูดถึงแต่สิ่งซึ่งโยเซฟ “ได้ปฏิบัติ” แต่ก็เผยให้เห็นกิจการต่างๆ ของท่าน ที่หุ้มห่ออยู่ในความเงียบนั้นๆ, เป็นบรรยากาศแห่ง “การเพ่งฌานอันลึกซึ้ง”. ทุกๆ วันโยเซฟง่วนอยู่กับพระธรรมล้ำลึก อันบังซ่อนอยู่เป็นเวลาหลายต่อหลายศตวรรษมาแล้ว” และบัดนี้กลับมาตั้ง “สำนัก” อยู่ใต้ชายคาบ้านของท่าน. นี่แหละเป็นตัวอย่างอธิบายให้เราเข้าใจว่า : นักบุญ เธเรซาแห่งพระเยซู (คนละองค์กับนักบุญเทเรซาแห่งพระเยซูกุมาร), ท่านผู้นั้นเป็นนักปฏิวัติคนสำคัญของนักบวชคารแมลคณะเพ่งฌาน ว่าเป็นเพราะเหตุอะไรนักบุญองค์นี้จึงได้ทำตัวของท่านมาเป็นผู้สนับสนุนส่ง เสริมให้ความศรัทธาภักดีต่อนักบุญโยเซฟ กลับเข้ามาฟื้นฟูขึ้นใหม่ในกลุ่มคริสตชนตะวันตก.

เหตุ ไรนักบุญโยเซฟจึงได้ถวายตัวของท่าน, บูชาชีวิตของท่านและทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดเกลี้ยงเพื่อสนองความจำเป็นของพระ แมสสิอาผู้เสด็จเข้ามาในบ้านของท่านเองนี้, เป็นเพราะเหตุไรท่านจึงได้ปฏิบัติเช่นนี้? เหตุผลอันสมเหตุผล ก็คือ ชีวิตภายในของท่าน อันไม่มีใครหยั่งถึง. จากนี้เองท่านได้ยอมรับคำสั่งกำชับต่างๆ ทั้งได้รับความทุเลาบรรเทาใจอันหาที่เปรียบมิได้ด้วย ; และนี้แหละ เป็นเหตุผลและอำนาจทางคุณธรรมของท่าน อย่างผู้มีใจสูง, ซื่อตรงและสดใสอย่างท่านในการรับทำตามพระดำริของพระเป็นเจ้า อย่างเช่นตั้งใจแน่วแน่และทันทีทันใด มอบไว้แด่น้ำพระทัยพระเป็นเจ้าซึ่งอิสระเสรีเฉพาะตัวของท่าน ทั้งๆ ที่เป็นของตามธรรมชาติมนุษย์ และความสุขของการแต่งงาน ทั้งที่ท่านยอมรับเอาฐานะและหน้าที่รวมกับภาระของครอบครัว ตลอดจนเพราะเห็นแก่ความรักต่อพรหมจรรย์อันหาที่เปรียบมิได้ และสละความรักประสาสามีภรรยาตามธรรมชาติ, ความรักที่มีต่อนางและรับเลี้ยงนาง”

การ ยอมมอบตัวของตนแก่พระเป็นเจ้าเองเป็นอย่างนี้, ซึ่งเป็นการมีน้ำใจสรรพพร้อมจะเสียสละตัวเองให้แก่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยว ข้องกับการรับใช้พระเป็นเจ้า. นี่หาใช่อะไรอื่นไม่ นอกแต่การปฏิบัติความศรัทธาภักดี ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่ง ของคุณธรรมต่างๆ ทางพระศาสนานั้นเอง

การ ที่โยเซฟกับพระเยซูมีชีวิตอยู่ร่วมกัน ทำให้เราหันกลับมาพิจารณาดูพระธรรมล้ำลึกแห่งการเสด็จรับเอาเนื้อหนัง โดยเฉพาะในแง่มนุษย์ของพระคริสตเจ้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์อันทรงอิทธิฤทธิ์ ของพระเจ้า สามารถบันดาลความศักดิ์สิทธิ์แก่มนุษย์ได้ เดชะอิทธิฤทธิ์ของพระเป็นเจ้าอันนี้ กิจการประสามนุษย์ทั้งหล ายของพระคริสตเจ้าก็เป็นเครื่องทำให้เรารอดได้, เป็นเครื่องผลิตพระหรรษทานต่างๆ ให้แก่เรา ในแง่ของพระบุญญาบารมี และแง่ของประสิทธิภาพด้วย

ท่าม กลางกิจการต่างๆ ของพระองค์นั้น กิจการที่พระวรสารถือว่าเป็นเลิศทีเดียว คือกิจการที่เกี่ยวกับพระธรรมล้ำลึกแห่งปาสกา (คือ การรับทรมาน, ตายและกลับเป็นขึ้นมา) แต่พวกท่านก็มิได้ละเลยต่อกิจการอื่นที่เกี่ยว ข้องกับพระเยซู เช่นการทำอัศจรรย์ (เทียบ ตัวอย่าง มก.1,41) และกิจการที่พระองค์ทรงกระทำต่อ ยอห์น บัปติสต์ ในคราวเมื่อทั้งพระองค์ ทั้งยอห์น ยังอยู่ในครรภ์มารดาของตนๆ (เทียบ ลก.1,41-44)

คำ ยืนยันของพวกอัครสาวก เราก็ได้แลเห็นแล้ว. พวกท่านมิได้ละเว้นที่จะแจ้งให้เราทราบถึงการสมภพของพระเยซู, การเข้าพิธีสุหนัต, การนำพระองค์ไปถวายในพระวิหาร, การหนีไปประเทศอียิปต์ และการดำรงพระ ชนม์ชีพซ่อนเร้นอยู่ที่นาซาเรธ ทั้งนี้เพราะ “ธรรมล้ำลึก” แห่งพระหรรษทานที่บรรจุอยู่ในการกระทำนั้นๆ นั่นเอง. การกระทำเหล่านี้สามารถช่วยให้รอดได้ เพราะมีส่วนไหลมาจากท่อความรักอันเดียวกัน คือ ความเป็นพระของพระคริสตจ้า. หากความรักอันนี้ โดยมนุษยภาพของพระองค์ กระจายไปสู่มนุษย์ทุกๆ คน, ก็แน่นอน, คนแรกที่ได้รับพระคุณ – ไม่เป็นที่สงสัยเลย – ต้องเป็นบุคคลที่น้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าได้จัดตั้งให้อยู่ใกล้ชิดพระองค์มา กที่สุด : คือพระแม่มารี พระมารดาของพระองค์ และนักบุญโยเซฟ บิดาตามที่เขาคิดกัน (40).

เพราะเหตุที่ ความรัก “ประสาพ่อ” ของโยเซฟไม่สามารถกระทบต่อความรัก “ประสาลูก” ของ พระเยซู, นี้ฝ่ายหนึ่ง – และอีกฝ่ายหนึ่ง ความรัก “ประสาลูก” ของพระเยซูไม่สามารถไม่กระตุ้นความรัก “ประสาพ่อ” ของโ ยเซฟ ; เมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุไรจะไม่อนุญาตให้เราเข้าไปในที่ที่เร้นลับที่สุด และมีอยู่แต่อันเดียวนั้น, วิญญาณของบรรดาคนที่มุ่งมั่นปักใจอยู่กับการกระตุ้นแห่งความรักพระเจ้า เขารู้สึกมีเหตุผล และเขาบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า นักบุญโยเซฟเป็นแบบอย่างแห่งชีวิตภายใน.

นอก นั้นปรากฏว่ามีการแข่งขันอย่างหนึ่งระหว่างชีวิตการงาน และชีวิตอันบังซ่อนอยู่ในตัวโยเซฟ ซึ่งที่สุ ดก็แก้ไขได้หรือบรรลุถึงชัยชนะอันงดงามนั่นเอง, ซึ่งอาจเป็นมาแก่ผู้ที่มีความรักอันสมบูรณ์ เราสืบเสาะเรื่องราวต่อไปก็พบการแตกต่างกันอันเป็นที่รู้ๆ กัน ซึ่งความรักต่อความจริง (caritas veritatis) แสดงออกมา ทั้งนี้และทั้งนั้นความจำเป็นต้องรัก (necessitas caritatis)เรา จึงมีสิทธิที่จะยืนยันว่า โยเซฟได้ประสบทั้งความรักต่อความจริง (veritatis caritatem) กล่าวคือ ความรักอันบริสุทธิ์แห่งการเพ่งฌานต่อความรักความจริงของพร ะเจ้า ซึ่งส่องแสงออกมาจากมนุษยภาพของพระคริสตเจ้า, ทั้งท่านโยเซฟมีความจำเป็นของความรัก (caritatis necessitatem) กล่าวคือ ท่านได้ประสบความรักอันบริสุทธิ์ในหน้าที่รับใช้ คือรับใช้ความคุ้มครองและการเจริญเติบโตของมนุษยภาพของพระองค์ท่านนั้นเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: